หลังคาเมทัลชีทกันความร้อน เลือกยังไงให้บ้านเย็นขึ้น
29 Dec 2025
หลังคาเมทัลชีทกันความร้อน เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับบ้านในสภาพอากาศร้อน เพราะช่วยลดอุณหภูมิภายใน ทำให้บ้านเย็นสบายยิ่งขึ้น ทั้งยังมีความแข็งแรง ทนทาน และหลากหลายดีไซน์ให้เลือก บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักประเภทของหลังคาเมทัลชีทกันความร้อน พร้อมแนะนำเทคนิคการเลือกวัสดุให้เหมาะกับบ้าน เพื่อให้ได้หลังคาที่สวย ทน และช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมการเลือกหลังคาเมทัลชีทกันความร้อนจึงสำคัญ
แม้เมทัลชีทจะมีจุดเด่นด้านความแข็งแรง น้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย แต่ก็เป็นวัสดุที่นำความร้อนได้ดี การเลือกใช้หลังคาเมทัลชีทกันความร้อนที่มีมาตรฐานสากล รวมถึงเลือกเมทัลชีทที่มาพร้อมเทคโนโลยี Cool Coating อย่าง BlueScope Zacs ที่ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนสะสมภายในบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นและประหยัดพลังงานได้จริง และช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างหลังคา ลดการขยายตัวจากความร้อน และคงความสวยงามของบ้านไว้ได้ยาวนาน เหมาะสำหรับทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารที่ต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว
หลังคาเมทัลชีทบุฉนวนกันความร้อนคืออะไร?
หลังคาเมทัลชีทกันความร้อน คือวัสดุที่ผสานแผ่นเหล็กเมทัลชีทเข้ากับชั้นฉนวนกันความร้อน เพื่อช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร เหมาะอย่างยิ่งกับหลังคาบ้านหรืออาคารในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนจัด เช่น หลังคาโรงรถ เพราะช่วยให้ภายในเย็นสบายขึ้น ประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานของหลังคาได้ยาวนานขึ้น
หลังคาเมทัลชีทบุฉนวนกันความร้อน สามารถแบ่งได้ 4 แบบหลัก ๆ ตามลักษณะการติดตั้ง ได้แก่
การบุฉนวนใต้แผ่นโดยมีโครงหรือแผ่นวัสดุเป็นตัวยึด: ช่วยให้สามารถติดตั้งได้ง่าย และเหมาะกับบ้านที่ต้องการเพิ่มฉนวนภายหลัง
การบุฉนวนโดยติดไว้ใต้แผ่นเมทัลชีท: นิยมใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป เพราะช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ดี
การบุฉนวนแบบแผ่นแซนวิช (Sandwich Panel): ใช้แผ่นโฟมกันความร้อนสอดอยู่ระหว่างแผ่นเมทัลชีทด้านบนและแผ่นวัสดุอีกชั้นด้านล่าง ช่วยกันความร้อนและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การบุฉนวนแบบพ่นโฟมใต้หลังคา: เป็นวิธีที่ช่วยปิดรอยต่อได้แน่นสนิท ลดการรั่วไหลของอากาศร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูงสุด
หากอยากรู้ว่าหลังคาเมทัลชีทแบบไหนเหมาะที่สุดสำหรับหลังคาโรงรถ ลองอ่านบทความ: ทำหลังคาโรงรถ เลือกวัสดุแบบไหนดี?
ประเภทฉนวนกันความร้อนที่นิยมใช้กับหลังคาเมทัลชีท
การเลือกหลังคาเมทัลชีทกันความร้อนให้เหมาะกับลักษณะบ้านและงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ มาดูกันว่าฉนวนแต่ละชนิดมีลักษณะและการใช้งานต่างกันอย่างไร
ฉนวนใยแก้ว (Fiber Glass)
:quality(80))
:quality(80))
เมทัลชีทบุฉนวนใยแก้ว เป็นแผ่นหนาหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์ ภายในประกอบด้วยใยแก้วที่ประสานกันเป็นช่องโพรงอากาศ ทำหน้าที่เก็บและกระจายความร้อน ช่วยกันร้อนได้ดีเยี่ยม ไม่ติดไฟ และมีคุณสมบัติซับเสียงได้ดี โดยหากติดฉนวนใยแก้วใต้แผ่นเมทัลชีทก็สามารถทำให้เมทัลชีทเป็นเมทัลชีทกันความร้อนได้ ความหนาของฉนวนใยแก้วมีตั้งแต่ 1.5-50 มม. มีทั้งแบบม้วน แบบแผ่น และแบบหุ้มท่อสำเร็จรูป มักใช้ติดตั้งเหนือฝ้าเพดานหรือใต้หลังคาเมทัลชีท เหมาะกับบ้านและอาคารที่ต้องการลดเสียงรบกวนและรักษาอุณหภูมิให้คงที่
ฉนวนใยหิน (Rock Wool)
:quality(80))
:quality(80))
เมทัลชีทกันร้อนบุด้วยเส้นใยหินบะซอลท์ (Rockwool) เป็นฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เนื่องจากมีค่าการนำความร้อนต่ำ ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม และยังมีคุณสมบัติไม่ติดไฟ ดูดซับเสียงได้ดี และไม่ดูดซับความชื้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาเมทัลชีทในโรงงาน อาคารอุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง
ฉนวน PE (Polyethylene Foam)
:quality(80))
:quality(80))
หลังคาเมทัลชีทติดฉนวน PE ได้รับความนิยมสูงเพราะราคาไม่แพง ลักษณะเป็นแผ่นบางและเหนียว มีฟอยล์ปิดผิวเพื่อสะท้อนความร้อน และมีขนาดความหนาที่ 3, 5 และ 10 มม. ช่วยป้องกันความร้อนได้ในระดับพื้นฐาน
บ้านส่วนใหญ่นิยมใช้หลังคาเมทัลชีทติดฉนวน เนื่องจากมีราคาย่อมเยาและติดตั้งง่าย ลักษณะเป็นแผ่นบาง เหนียว ปิดผิวด้วยแผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อน หลังคาเมทัลชีทกันความร้อนที่ติดฉนวน PE จะช่วยป้องกันความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น ทนแรงกระแทก และสามารถสั่งรีดแผ่นเมทัลชีทพร้อมบุ PE มาจากโรงงานได้เลย แต่หากติดตั้งภายหลังจะนิยมติดใต้แป ซึ่งอาจต้องเสริมโครงสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นย้วยหรือตกท้องช้าง
ตรวจสอบขนาดเมทัลชีทเพิ่มเติมได้ที่: ขนาดเมทัลชีท
ฉนวน PU (Polyurethane Foam)
:quality(80))
หลังคาเมทัลชีทฉนวนบุกันความร้อน PU Foam ถือเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในตลาด ด้วยค่าการส่งผ่านความร้อนต่ำสุด โครงสร้างแบบเซลล์ปิดช่วยป้องกันน้ำ ความชื้น และยังเป็นฉนวนกันเสียงที่ดีเยี่ยม หลังคาเมทัลชีทที่บุ PU Foam มีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูป (Sandwich Panel), แบบพ่นโฟม และหลังคาเมทัลชีทลอนสแนปล็อค PU
หลังคาเมทัลชีท PU Foam เป็นแผ่นหลังคาแบบแซนวิช ประกบด้วยแผ่นเมทัลชีทสองด้าน และมีชั้นโฟมโพลียูรีเทน (Polyurethane Foam) อยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่กันความร้อนและเสียงได้ดี ช่วยให้ภายในอาคารเย็นสบาย เงียบสงบ และลดภาระเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งสามารถกันความร้อนได้เยี่ยม ลดเสียงรบกวนจากฝนตก ป้องกันการรั่วซึม มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย แข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ปลอดภัยด้วยสารหน่วงไฟ และไม่เป็นแหล่งสะสมของแมลงหรือปลวก
หลังคาเมทัลชีทกันความร้อนชนิดนี้ ตอบโจทย์ทั้งในด้านความสวยงามและประสิทธิภาพการกันความร้อนสูงสุด เหมาะสำหรับบ้านพัก อาคารสำนักงาน หรือโรงงานที่ต้องการลดความร้อนสะสมภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฉนวน EPS (Polystyrene Foam)
:quality(80))
:quality(80))
EPS (Expanded Polystyrene Foam) เป็นฉนวนกันความร้อนน้ำหนักเบา ลักษณะคล้ายแผ่นโฟมสีขาวทั่วไป นิยมใช้บุใต้หลังคาเมทัลชีทกันความร้อน เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารและเก็บความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารเชิงพาณิชย์
จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ติดตั้งสะดวก และช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น เสียงฝนตกหรือเสียงลมได้ดี นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง สามารถเลือกใช้แบบสำเร็จรูปที่อัดโฟม EPS มาพร้อมกับแผ่นเมทัลชีทกันความร้อน หรือแบบติดตั้งภายหลังโดยยึดใต้โครงสร้างหลังคาด้วยสกรูแล้วปิดด้วยฝ้าเพดาน หรือหากไม่มีฝ้า สามารถทาสีเคลือบผิวเพื่อความเรียบร้อยได้
หลังคาเมทัลชีทกันความร้อน EPS โฟม เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการลดความร้อนโดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมากนัก ด้วยค่าการนำความร้อนต่ำช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี ความหนาที่นิยมใช้คือ 1-4 นิ้ว ซึ่งเลือกได้ตามความต้องการและงบประมาณ
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยดูดซับแรงกระแทกและไม่เป็นเชื้อรา เมื่อเทียบกับฉนวนประเภทอื่น EPS โฟมมีราคาย่อมเยาแต่ให้ประสิทธิภาพที่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาวัสดุ เมทัลชีทบุฉนวน ที่ช่วยเพิ่มความเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานของหลังคาได้ในระยะยาว
ดูแลหลังคาเมทัลชีทอย่างไรให้อยู่ยาวนาน?
การดูแลที่เหมาะสมช่วยยืดอายุหลังคาเมทัลชีท และคงประสิทธิภาพของฉนวนกันความร้อนเมทัลชีทได้อย่างยาวนาน โดยสามารถดูแลได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
การทำความสะอาดพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ: ควรล้างหลังคาเมทัลชีทปีละ 1-2 ครั้ง ด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาที่ไม่กัดกร่อน เพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสะสมที่อาจทำให้รางน้ำอุดตันและเกิดการผุกร่อน
ตรวจสอบการรั่วซึมและสกรู: ตรวจสอบรอยต่อ สกรู และจุดเจาะของหลังคาเมทัลชีทกันความร้อนทุก 2-3 ปี หากพบการคลายตัว ควรรีบทำการแก้ไขเพื่อป้องกันการรั่วซึมทำลายฉนวน
การตรวจสอบฉนวนภายใน: สำหรับเมทัลชีทบุฉนวนที่ติดใต้ฝ้า ควรตรวจสอบร่องรอยความชื้น การฉีกขาด หรือการทำลายจากสัตว์ขนาดเล็ก
ตัดแต่งกิ่งไม้รอบข้าง: ควรตัดแต่งกิ่งไม้อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงการขีดข่วน, ทำความเสียหาย, หรือสะสมความชื้นบนหลังคาเมทัลชีทกันความร้อน
การซ่อมแซมสีที่หลุดร่อน: หากสีหลังคาเมทัลชีทเริ่มหลุดลอก ควรรีบทาซ่อมด้วย สีทาเมทัลชีทกันความร้อนที่มีคุณภาพ เพื่อคงคุณสมบัติการสะท้อนความร้อนและการป้องกันเนื้อเหล็ก
การเลือกใช้วัสดุคุณภาพตั้งแต่เริ่ม จะช่วยลดความถี่ในการซ่อมบำรุงในระยะยาว ดังนั้น ควรเลือกร้านเมทัลชีทที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานการผลิตและการติดตั้งที่ได้คุณภาพ เพื่อให้ได้หลังคาที่ทนทานและใช้งานได้ยาวนาน
หลังคาเมทัลชีทกันความร้อน พร้อมนวัตกรรมจาก บลูสโคป แซคส์® คูล
การเลือกหลังคาเมทัลชีทกันความร้อนที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน แต่ยังประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานของวัสดุได้ยาวนาน หลังคาเมทัลชีทจาก BlueScope Zacs® Cool จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยเทคโนโลยี Cool Coating สะท้อนรังสีความร้อน ลดอุณหภูมิผิวหลังคาสูงสุด 4 องศา ทำให้บ้านเย็นสบาย พร้อมเคลือบสีคุณภาพสูง สีไม่ซีดจางนาน 8 ปี และรับประกันการผุกร่อนสูงสุด 15 ปี
นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบความทนต่อการกัดกร่อนตามมาตรฐานสากล เช่น AS/NZS 2728, ASTM A755, JIS G 3322 และ มอก. 2753-2559 นอกจากนี้ยังมี ชั้นเคลือบกันสนิม AZ90 และควบคุมการผลิตตามมาตรฐานโลก เช่น AS1365, ASTM924/A924M, JIS 3321 ทำให้มั่นใจได้ว่าหลังคาแข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อศูนย์ให้คำแนะนำวัสดุเมทัลชีทจากบลูสโคปได้ที่
Website: ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป
Line: @bluescopeth
Facebook: BlueScope Thailand
Call Center: 02-333-3030