วัสดุมุงหลังคาบ้านแบบไหนดี เลือกให้เหมาะกับบ้าน เพื่อความคุ้มค่าระยะยาว
28 Jan 2026
การจะสร้างบ้านสักหลังต้องใส่ใจทุก ๆ ส่วนตั้งแต่รากฐานไปจนถึงหลังคา เพื่อทำให้บ้านเป็นที่พักพิงที่อบอุ่น อยู่แล้วร่มเย็นสบายใจ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นหลังคา ยิ่งจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับตัวบ้านและสภาพภูมิอากาศ ทำให้การตัดสินใจเลือกวัสดุมุงหลังคาเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
วัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ข้อดี ข้อเสีย และราคาที่แตกต่างกัน การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่ดีไม่ได้หมายความถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการป้องกันความร้อน การระบายน้ำฝน และความทนทานด้วย ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจว่าวัสดุมุงหลังคามีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถบริหารงบประมาณและสร้างบ้านตามแบบที่ต้องการได้อย่างแท้จริง
วัสดุมุงหลังคามีกี่ประเภท? แบบไหนนิยมในปัจจุบัน
:quality(80))
ในปัจจุบันเทคโนโลยีการก่อสร้างก้าวหน้าไปมาก และมีการพัฒนาวัสดุหลังคาบ้านแบบต่างๆ ออกมาใหม่เสมอ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีเอกลักษณ์ที่ตอบโจทย์สไตล์บ้านที่แตกต่างกันไป หากแบ่งตามความนิยมและการใช้งานหลัก ๆ ในประเทศไทย จะสามารถจำแนกประเภทของวัสดุมุงหลังคาออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
1. กระเบื้องคอนกรีต
กระเบื้องคอนกรีต เป็นวัสดุมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ผลิตจากคอนกรีตอัดขึ้นรูป มีความแข็งแรงทนทานสูง รับแรงกระแทกได้ดี และมีสีสันให้เลือกมากมาย แต่แม้ว่ากระเบื้องคอนกรีตจะขึ้นชื่อเรื่องความแกร่ง แต่ข้อเสียหลักคือมีน้ำหนักมาก ทำให้โครงสร้างหลังคาจำเป็นต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ ซึ่งอาจส่งผลให้งบประมาณก่อสร้างสูงขึ้น นอกจากนี้ อาจเกิดปัญหารั่วซึมตามรอยต่อได้ง่ายด้วย
2. กระเบื้องดินเผา
หากนึกถึงบ้านทรงไทยหรือรีสอร์ตสไตล์ธรรมชาติ วัสดุหลังคาบ้านที่ถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ มักจะเป็นกระเบื้องดินเผา เพราะให้ความรู้สึกคลาสสิก เป็นธรรมชาติ ระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากเนื้อดินเผามีรูพรุน แต่ในทางกลับกัน ข้อเสียของกระเบื้องดินเผาคือความเปราะบาง แตกหักง่าย และมักจะมีปัญหาเรื่องตะไคร่น้ำจับเมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ ทำให้ต้องดูแลรักษามากกว่าวัสดุชนิดอื่น ๆ
3. หลังคาเซรามิก
หลังคาเซรามิก จัดเป็นวัสดุหลังคาเกรดพรีเมียมที่มีความสวยงาม ผิวสัมผัสมันวาว เรียบเนียน และสีอยู่ทนอยู่นานกว่ากระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องดินเผา เนื่องจากหลังคาเซรามิกจะมีการเคลือบสีและเผาที่อุณหภูมิสูง หลังคาประเภทนี้จึงดูใหม่อยู่เสมอ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น
4. หลังคาเมทัลชีท
หากถามว่าวัสดุมุงหลังคาแบบไหนดีและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คงหนีไม่พ้นเมทัลชีท (Metal Sheet) ซึ่งเป็นแผ่นเหล็กเคลือบโลหะที่นำมารีดลอน มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย รวดเร็ว และใช้งานได้ดีกับหลังคาความลาดเอียงต่ำ จึงเหมาะทั้งบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านพักอาศัย และอาคารพาณิชย์
สำหรับเมทัลชีทคุณภาพสูงอย่าง BlueScope Zacs® (บลูสโคป แซคส์) ศูนย์จำหน่ายเมทัลชีทให้กับร้านเมทัลชีทหลายสาขา เป็นผู้ผลิตแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสี–อะลูมิเนียม 55% ผ่านมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน มาพร้อม การรับประกันการผุกร่อนสูงสุด 15 ปี (รุ่นเคลือบสี) และ 12 ปี (รุ่นไม่เคลือบสี) รวมถึง รับประกันสีไม่ซีดจางนาน 8 ปี ช่วยให้หลังคาสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน
นอกจากนี้ หลังคาเมทัลชีทยังมีดีไซน์ทันสมัย และด้วยน้ำหนักที่เบากว่ากระเบื้องหรือเซรามิก จึงช่วย ประหยัดโครงสร้างและค่าแรง ทำให้ต้นทุนก่อสร้างโดยรวมคุ้มค่ามากขึ้นในระยะยาว
5. หลังคาสังกะสี
หลังคาสังกะสีเป็นวัสดุทำหลังคายุคดั้งเดิมที่มีราคาประหยัดที่สุด หาซื้อง่าย น้ำหนักเบา แต่ข้อเสียคือผุกร่อนและเป็นสนิมได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอฝนหรือลมทะเล อีกทั้งยังเป็นหลังคากันความร้อนได้ไม่ดี และมีเสียงดังเวลาฝนตก ทำให้ปัจจุบันไม่นิยมใช้เป็นหลังคาบ้านพักอาศัย แต่อาจใช้กับเพิงพักหรือโกดังชั่วคราวมากกว่า
6. หลังคาชิงเกิ้ล (Shingle Roof)
หลังคาชิงเกิ้ล (Shingle Roof) หรือหลังคายางมะตอย เป็นวัสดุมุงหลังคาแบบใหม่ แต่เป็นที่นิยมอย่างสูงในต่างประเทศ วัสดุประเภทนี้ทำจากแผ่นไฟเบอร์เคลือบยางมะตอย ผิวหน้าโรยด้วยกรวดสีต่าง ๆ ทำให้มีจุดเด่นที่ความสวยงาม เหมาะกับบ้านสไตล์ยุโรป ทั้งนี้ การติดตั้งต้องใช้ช่างเฉพาะทางและมีขั้นตอนการติดตั้งที่ซับซ้อนกว่าปกติ
7. หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์
หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์หรือกระเบื้องลอนคู่ เป็นแผ่นปูหลังคาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนกระเบื้องใยหินแบบเดิม หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์มีราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับบ้านทั่วไป แต่เรื่องความสวยงามอาจจะไม่สวยหรือทันสมัยเท่ากับวัสดุมุงหลังคาอื่น ๆ และมีความเปราะหักได้หากโดนกระแทกแรง ๆ
8. หลังคาโปร่งแสง
สำหรับพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่าง เช่น โรงรถ หรือลานซักล้าง แผ่นหลังคาแบบต่างๆ ที่ยอมให้แสงผ่านได้ เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือโพลีคาร์บอเนต ถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะหลังคาโปร่งแสงจะเป็นชนิดหลังคาที่ช่วยประหยัดไฟในช่วงกลางวัน แต่ก็ต้องเลือกเกรดที่กัน UV ได้ดี เพื่อไม่ให้วัสดุกรอบและแตกหักเร็วก่อนเวลาอันควร
9. กระเบื้องว่าว (หลังคาทรงไทยดั้งเดิม)
กระเบื้องว่าว คือกระเบื้องมุงหลังคาที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ถือเป็นวัสดุมุงหลังคาที่มีเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคอย่างสวยงาม แต่การติดตั้งต้องใช้ความละเอียดสูง และมีรอยต่อมาก จึงมีความเสี่ยงเรื่องการรั่วซึมหากการติดตั้งหลังคาไม่ได้มาตรฐาน
วิธีเลือกวัสดุมุงหลังคาให้เหมาะกับบ้านและการใช้งาน
เมื่อทราบแล้วว่าวัสดุมุงหลังคา มีอะไรบ้าง ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกใช้ให้เหมาะสม ซึ่งต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านประกอบกัน เพื่อให้ได้บ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุด
1. เลือกวัสดุให้เหมาะกับสไตล์บ้าน
รูปแบบของบ้านเป็นตัวกำหนดชนิดกระเบื้องหลังคาอย่างชัดเจน หากเป็นบ้านทรงไทยหรือทรอปิคอล กระเบื้องว่าวหรือดินเผาจะช่วยเสริมเสน่ห์ได้ดี แต่ถ้าเป็นหลังคาโมเดิร์น การเลือกใช้แผ่นหลังคาประเภทเมทัลชีทจะตอบโจทย์ที่สุดเพราะมีเส้นสายที่เรียบหรู และยังสามารถทำหลังคาลาดเอียงต่ำได้ดีกว่าวัสดุที่เป็นกระเบื้องด้วย
2. เลือกตามลักษณะการใช้งานและความทนทาน
หากต้องการมุงหลังคาเพียงครั้งเดียวและใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี ควรเลือกวัสดุที่มีการรับประกันและมีชั้นเคลือบผิวคุณภาพสูง ควบคู่กับการออกแบบรูปทรงหลังคาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานและสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนชื้น หลังคาที่มีองศาและการระบายน้ำที่ดี จะช่วยลดการขังของน้ำและความชื้นสะสม ส่งผลให้วัสดุมุงหลังคาเสื่อมสภาพช้าลง และลดปัญหาการผุกร่อนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เลือกตามความชันของหลังคา
โครงสร้างหลังคาแบบต่าง ๆ มีข้อจำกัดเรื่ององศาความชันที่ไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้วกระเบื้องหลังคาส่วนใหญ่ต้องการความชันที่ 25-30 องศาขึ้นไปเพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ แต่หากต้องการออกแบบบ้านที่หลังคามีความชันน้อยกว่านั้น การเลือกใช้เมทัลชีทจะเหมาะสมกว่า เพราะสามารถรองรับความชันได้ต่ำสุดที่ 3-5 องศา
4. เลือกวัสดุให้เหมาะกับงบประมาณและค่าบำรุงรักษา
งบประมาณไม่ได้หมายถึงแค่ค่าวัสดุอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าแรงและค่าโครงสร้างด้วย บางครั้ง เมทัลชีทราคาต่อตารางเมตรอาจดูเหมือนแพงกว่าการปูหลังคากระเบื้อง แต่เมื่อรวมค่าโครงสร้างเหล็กที่ใช้และค่าแรงติดตั้ง อาจมีผลให้กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงค่าบำรุงรักษาของวัสดุมุงหลังคาด้วยเช่นกัน ดังนั้น การเลือกสีหลังคาเมทัลชีทคุณภาพดีที่มีการรับประกันสีไม่ซีดจาง จะช่วยประหยัดค่าทาสีในอนาคตไปได้อีกมาก
การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่ดีจึงควรพิจารณาจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ บลูสโคป แซคส์เข้าใจความต้องการของบ้านในเมืองไทย โดยเน้นคุณสมบัติการป้องกันสนิมและการสะท้อนความร้อนได้เป็นอย่างดี ช่วยให้หลังคาบ้านทั้งสวยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว
วัสดุมุงหลังคาบ้าน vs โรงรถ ควรเลือกต่างกันอย่างไร?
หลายคนสงสัยว่า วัสดุมุงหลังคาสำหรับตัวบ้านและโรงรถจำเป็นต้องใช้แบบเดียวกันหรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็นเสมอไป เพราะต่างมีวัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน ดังนี้
1. วัสดุมุงหลังคาบ้าน
ความต้องการหลักของวัสดุมุงหลังคาบ้านคือ เพื่อการอยู่อาศัยที่สบาย ดังนั้น วัสดุหลังคาแบบต่าง ๆ ที่เลือกใช้ต้องมีคุณสมบัติกันความร้อนและกันเสียงได้ดี หลังคาบ้านควรมีการติดฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูง หรือเลือกใช้รุ่นที่มีเทคโนโลยีสะท้อนความร้อนเพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน นอกจากนี้ เรื่องของสีสันและความสวยงามของแผ่นมุงหลังคา ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นหน้าเป็นตาของบ้านด้วย
2. วัสดุมุงหลังคาโรงรถ
หลังคาโรงรถหรือส่วนต่อเติม มักเน้นความโปร่งโล่ง โครงสร้างน้ำหนักเบา และการระบายอากาศดี เมื่อถามว่าการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นเมทัลชีทเพราะติดตั้งง่าย ไม่ต้องลงเสาเข็มหนักเท่ากระเบื้องคอนกรีต นอกจากนี้ยังสามารถทำเป็นกันสาดเมทัลชีทได้โดยไม่ต้องมีเสาค้ำเยอะ
เมทัลชีท บลูสโคป แซคส์® คูล ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาว
ใครที่กำลังคิดว่าหลังคาแบบไหนดีที่เหมาะกับบ้านของเราที่สุด หรือมองหาวัสดุมุงหลังคาสำหรับบ้านพักอาศัยที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาว บลูสโคป แซคส์® คูล(BlueScope Zacs® Cool) คือคำตอบที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีจากประเทศออสเตรเลีย มีโครงสร้างชั้นเคลือบโลหะผสมสังกะสี-อลูมิเนียม 55% ถึง 4 ชั้น ที่ระดับความหนา AZ90 ซึ่งเหนือกว่าข้อกำหนดมาตรฐาน จึงทนทานต่อการกัดกร่อนได้อย่างดีเยี่ยม การันตีด้วยผลทดสอบความทนละอองน้ำเกลือตามมาตรฐานระดับโลก ทั้งจากออสเตรเลีย อเมริกา และญี่ปุ่น
อีกทั้งยังมีการรับประกันว่าหลังคาจะไม่ผุกร่อนยาวนานสูงสุด 15 ปี รวมถึงการรับประกันสีไม่ซีดจางนานถึง 8 ปี ช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องปัญหาหลังคาเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรไปได้เลย นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว บลูสโคป แซคส์® คูล ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Cool Coating Technology ที่จะช่วยสะท้อนรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ดีกว่าหลังคาทั่วไป ทำให้บ้านเย็นลงสูงสุด 4 องศาเซลเซียส และมีสีสันให้เลือกหลากหลายครอบคลุมทุกสไตล์การออกแบบ
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับวัสดุมุงหลังคาคุณภาพสูง สามารถติดต่อได้ที่
Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป
Line : @bluescopeth
FB : BlueScope Thailand
Call center : 02-333-3030
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังคาเมทัลชีทมีอายุการใช้งานเท่าไหร่?
หลังคาเมทัลชีทมีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปีขึ้นไป ทั้งนี้อายุการใช้งานของวัสดุมุงหลังคาจะขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นเหล็ก ชั้นเคลือบผิว (AZ) และการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน รวมถึงสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยด้วย
หลังคาแบบไหนทนทานที่สุด?
หากเปรียบเทียบเรื่องความทนทานต่อการแตกหัก แผ่นเมทัลชีทจะเป็นวัสดุมุงหลังคาที่มีความเหนียวและทนทานกว่ากระเบื้องเซรามิกหรือกระเบื้องดินเผา แต่หากพูดถึงเรื่องการเกิดสนิม วัสดุประเภทคอนกรีตจะไม่มีปัญหานี้ ในขณะที่เมทัลชีทจะมีชั้นเคลือบกันสนิมที่ยิ่งหนาเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทนทานต่อสนิมได้มากขึ้น