ประเทศ
Thailand | TH

เมทัลชีทคืออะไร? วัสดุทำหลังคาทนทานที่ทั้งแข็งแรง สวย และติดตั้งง่าย

18 Aug 2026

เมทัลชีท

การสร้างบ้านหรือการปรับปรุงต่อเติมในแต่ละครั้ง ไม่ได้มีเพียงดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวัสดุมุงหลังคา ซึ่งเป็นด่านแรกที่ต้องรับมือกับทั้งแสงแดด ลม และฝน วัสดุที่ดีไม่เพียงช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาวได้อีกด้วย

หนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรง ทนทาน และสวยงามคือ เมทัลชีท วัสดุทำหลังคาสมัยใหม่ที่หลายบ้านเลือกใช้มากขึ้นในปัจจุบัน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเมทัลชีทให้มากขึ้นว่าคืออะไร มีข้อดีอย่างไร แตกต่างจากวัสดุแบบอื่นตรงไหน และเหมาะกับบ้านแบบใดบ้าง



Key Takeaway

  1. เมทัลชีท คือแผ่นเหล็กที่ถูกรีดจนเรียบแบน เคลือบด้วยสารกันสนิมหรือสี ก่อนนำไปรีดลอนหรือขึ้นรูปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

  2. เมทัลชีทต่างจากสังกะสีและกระเบื้องตรงที่มีความทนทานสูง มีการเคลือบสารกันสนิมเพื่อป้องกันการผุกร่อน และมีอายุการใช้งานยาวนาน

  3. ข้อดีของเมทัลชีท เช่น น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มีสีและลักษณะแผ่นให้เลือกหลากหลาย และข้อเสียของเมทัลชีท เช่น ราคาเมทัลชีทหลากหลาย ต้องให้ช่างผู้ชำนาญติดตั้งให้

  4. วิธีเลือกซื้อเมทัลชีท เช่น ความหนาแผ่นหลังคาเมทัลชีทอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ มีรับประกันสินค้า



เมทัลชีทคืออะไร?

เมทัลชีทคือ

เมทัลชีท (Metal Sheet) คือแผ่นเหล็กที่ผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยสารกันสนิมเพื่อเพิ่มความทนทาน หรือเคลือบสีเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ก่อนนำไปรีดลอนหรือขึ้นรูปตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งกระบวนการ รีดลอน คือการนำแผ่นเหล็กเคลือบมารีดผ่านลูกกลิ้งให้เกิดรูปทรงหรือลอนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ช่วยรองรับน้ำหนัก ระบายน้ำฝนได้ดี และตอบโจทย์การใช้งานของอาคารแต่ละประเภท จากนั้นจึงนำไปใช้เป็นวัสดุมุงหลังคา ผนัง ฝ้าเพดาน บานเกล็ด หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของอาคาร โดยเมทัลชีทได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน

ประเภทเมทัลชีทที่นิยมใช้

  1. แผ่นเมทัลชีทเคลือบสี (Color Coated Sheet) - ผลิตจากแผ่นเหล็กเคลือบโลหะอลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี ก่อนเคลือบด้วยชั้นประสานโลหะและสีคุณภาพสูง ทำให้สีติดแน่นไม่หลุดลอกง่าย ป้องกันการกัดกร่อนได้ดีกว่าเมทัลชีทธรรมดาถึง 4 เท่า ช่วยยืดอายุการใช้งานและกันความร้อนได้ดีกว่า เหมาะสำหรับหลังคาบ้าน ผนังอาคาร และงานตกแต่งที่ต้องการความสวยงามทนทาน

  2. แผ่นเมทัลชีทไม่เคลือบสี - เป็นแผ่นเมทัลชีทประเภทนี้มีความทนสนิมในระดับหนึ่ง เหมาะกับงานชั่วคราว หรืองานที่ไม่ต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ แม้จะมีอายุการใช้งานสั้นกว่าแบบเคลือบสี แต่ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับงานทั่วไป



เมทัลชีทต่างจากสังกะสีและกระเบื้องอย่างไร?

เมทัลชีท VS สังกะสี

หากพูดถึงวัสดุมุงหลังคาสังกะสีกับเมทัลชีทเป็นวัสดุที่นิยมใช้งานเหมือนกัน แต่เมทัลชีทแข็งแรงและทนทานกว่า เพราะผ่านการเคลือบวัสดุกันสนิม จึงสามารถใช้งานได้ยาวนาน ต่างจากสังกะสีที่ปกติไม่มีสารกันสนิม โดยสามารถสรุปความแตกต่างระหว่างเมทัลชีท vs สังกะสีเป็นตารางได้ดังนี้

คุณสมบัติ

เมทัลชีท (Metal Sheet)

สังกะสี (Zinc)

วัสดุ

ทำจากเหล็กหรือโลหะผสม เคลือบสารกันสนิม/ เคลือบสี

ทำจากเหล็กเคลือบสังกะสี

ความแข็งแรง

เบา และแข็งแรงกว่า ทนแรงกดทับและลมได้ดี

เบา แต่บางกว่าเมทัลชีท จึงมีความแข็งแรงน้อยกว่า และถ้าสัมผัสฝนจะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

การติดตั้ง

ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว เพราะมีน้ำหนักเบา

ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว เพราะน้ำหนักเบา

อายุการใช้งาน

20-30 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพการเคลือบและวัสดุ

5-10 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุ

การป้องกันความร้อนและเสียง

สามารถเลือกแบบติดฉนวน (PU/PE Foam) ลดความร้อนและเสียงได้

ปกติไม่มีฉนวนกันความร้อนหรือกันเสียง


เมทัลชีท VS กระเบื้อง

เมทัลชีทมีจุดเด่นที่ความแข็งแรงทนทาน ผสานกับนวัตกรรมของสารเคลือบที่ช่วยป้องกันสนิมและการผุกร่อนได้ดี ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่า ในปัจจุบันจึงนิยมใช้ทำหลังคาบ้านมากกว่าหลังคากระเบื้อง ซึ่งความแตกต่างของเมทัลชีทและกระเบื้อง สามารถสรุปเป็นตารางได้ดังนี้

คุณสมบัติ

เมทัลชีท (Metal Sheet)

กระเบื้อง (Tile)

วัสดุ

ทำจากเหล็กหรือโลหะผสม เคลือบสารกันสนิม/ เคลือบสี

ผลิตจากคอนกรีต หรือดินเผา ผ่านการเผาแข็งและเคลือบสี

ความแข็งแรง

เบา และแข็งแรงกว่า ทนแรงกดทับและลมได้ดี

หนัก แข็งแรงแต่เปราะ หากรับแรงกระแทกสูงอาจแตกได้

การติดตั้ง

ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว เพราะมีน้ำหนักเบา

ติดตั้งที่ซับซ้อนกว่าเมทัลชีท เพราะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักมาก

อายุการใช้งาน

20-30 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพการเคลือบและวัสดุ

สามารถใช้งานได้มากกว่า 10 ปีขึ้นไป แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพ รวมถึงต้องดูแลการรั่วซึมและตะไคร่

การป้องกันความร้อนและเสียง

สามารถเลือกแบบติดฉนวน (PU/PE Foam) ลดความร้อนและเสียงได้

กระเบื้องหนา ป้องกันความร้อนได้ดีตามธรรมชาติ แต่กันเสียงได้น้อย




เมทัลชีทดีอย่างไร มีข้อเสียอะไรไหม?

เมทัลชีทเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม มีข้อควรพิจารณาบางจุด ดังนี้

ข้อดี

  1. น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้างและค่าใช้จ่ายในการตอกเสาเข็ม

  2. ติดตั้งง่าย ช่วยประหยัดเวลาในการก่อสร้าง

  3. ดีไซน์หลากหลาย แบบหลังคาเมทัลชีทมีหลากหลาย เข้ากับวัสดุและสไตล์ต่าง ๆ ได้ดี

  4. มีสีให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกสีที่เข้ากับสไตล์บ้านได้อย่างลงตัว

  5. กันรั่วซึม รีดแผ่นยาวได้ ช่วยลดรอยต่อและการรั่วไหล

  6. สีหลังคาเมทัลชีทมีหลากหลาย เลือกได้ตามความต้องการและลักษณะการใช้งาน

  7. สามารถทำขอบหลังคาได้ยาวกว่ากระเบื้องดินเผา ช่วยบังแดดปละฝนได้ดี

ข้อเสีย

  1. ขนาดและราคาแผ่นเมทัลชีทมีหลากหลาย จึงตรวจสอบยาก แนะนำให้เลือกจากร้านที่น่าเชื่อถือและมีรับประกัน

  2. กันเสียงได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะแผ่นบาง แต่หากติดฉนวนจะช่วยลดเสียงและควบคุมอุณหภูมิได้

  3. การระบายน้ำขึ้นกับลอนหลังคาเมทัลชีทและความลาดชัน หากเลือกไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง

  4. ต้องใช้ช่างชำนาญ เพราะแผ่นบางเพียง 0.3-0.4 มม. หากติดตั้งผิดอาจเสียหายได้ง่าย

  5. เสี่ยงพายุพัด หากติดตั้งไม่ดี ด้วยความที่น้ำหนักเบา อาจทำให้หลุดหรือเสียหายได้ จึงควรติดตั้งโดยช่างผู้มีความชำนาญเท่านั้น



ลอนเมทัลชีทมีรูปแบบไหนบ้าง?

ปัจจุบันร้านเมทัลชีทจำหน่ายแผ่นเมทัลชีทหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะของลอน (รูปลอน) ได้ดังนี้

หลังคาเมทัลชีทลอนมาตรฐาน (Standard Rib Profile)

หลังคาเมทัลชีทลอนมาตรฐาน 760

เมทัลชีทลอนมาตรฐาน หรือ ลอน P-760 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและใช้งานแพร่หลายที่สุด โครงสร้างแข็งแรง ซ้อนทับแผ่นได้แน่นหนา ความกว้างใช้งานไม่น้อยกว่า 760 มม. มี 5 สันลอน ความสูงลอน 24 มม. พร้อมร่องเสริมความแข็งแรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำฝน เหมาะสำหรับงาน หลังคาบ้าน หลังคาโรงรถ อาคารพาณิชย์ และอาคารอเนกประสงค์ เพราะติดตั้งง่าย ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก และคุ้มค่าต่อการใช้งาน

หลังคาเมทัลชีทลอนสเปน (Tile Profile)

หลังคาเมทัลชีทลอนสเปน

แผ่นเมทัลชีทลอนสเปน (Tile Profile) เป็นเมทัลชีทรูปลอนที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกระเบื้องหลังคา ให้ความรู้สึกหรูหรา คลาสสิก และช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวอาคาร เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน รีสอร์ต หรือร้านค้าที่ต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบากว่ากระเบื้องหลังคาทั่วไป ติดตั้งง่าย และช่วยลดภาระโครงสร้างอาคาร

เมทัลชีทลอนสแน็ปล็อก (Snap Lock)

เมทัลชีทลอนสแน็ปล็อก

เมทัลชีทลอนสแน็ปล็อก (Snap Lock) โดดเด่นด้วยระบบยึดซ่อนสกรู (Concealed Fastener) ทำให้ผิวหลังคาดูเรียบสวย ลดโอกาสการรั่วซึมบริเวณจุดยึด เหมาะกับหลังคาโมเดิร์น (Modern) และนอร์ดิก (Nordic) รวมถึงคาเฟ่ ร้านอาหาร รีสอร์ต และอาคารสำนักงาน นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งร่วมกับฉนวน PE หรือ PU เพื่อช่วยลดความร้อนและเสียงรบกวนได้

เมทัลชีทลอนคลิปล็อก (Clip-Lock)

เมทัลชีทลอนคลิปล็อก

เมทัลชีทลอนคลิปล็อก (Clip-Lock) เป็นระบบหลังคาที่ใช้คลิปยึดแผ่นเข้ากับโครงสร้างโดยไม่ต้องเจาะสกรูผ่านแผ่นเมทัลชีท ช่วยลดความเสี่ยงการรั่วซึมจากรูสกรู และรองรับการขยายตัวของแผ่นเหล็กเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้ดี จึงเหมาะสำหรับอาคารที่มีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน โกดัง คลังสินค้า อาคารพาณิชย์ รวมถึงบ้านพักอาศัยที่ต้องการความเรียบหรู ทันสมัย และลดงานบำรุงรักษาในระยะยาว

เมทัลชีทลอนฝ้า (Ceiling Panel)

เมทัลชีทลอนฝ้า

เมทัลชีทลอนฝ้า (Ceiling Panel) มีดีไซน์เรียบสวย เส้นลอนต่ำเพียง 2 มม. ให้ความรู้สึกทันสมัยและเป็นระเบียบ ตัวแผ่นมีหน้ากว้างประมาณ 860 มม. พร้อม 14 สันลอน เหมาะสำหรับงานฝ้าเพดานและผนังอาคาร ช่วยให้งานตกแต่งมีความเรียบร้อยและติดตั้งได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แผ่นประเภทนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำฝน จึงไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุมุงหลังคา



ราคาหลังคาเมทัลชีทต่อตารางเมตร ปี 2026 ราคาเท่าไหร่?

ราคาหลังคาเมทัลชีทในปี 2026 ขึ้นอยู่กับ ความหนา รูปลอน ประเภทการเคลือบผิว และตัวแทนจำหน่าย โดยเมทัลชีทที่มีความหนามากหรือใช้เทคโนโลยีเคลือบคุณภาพสูง มักมีราคาสูงกว่าแต่ให้ความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

ตารางด้านล่างเป็น ราคาอ้างอิงของเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์® คูล ลอนมาตรฐาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนงบประมาณก่อนเลือกซื้อ

ความหนาเมทัลชีท

การใช้งานที่แนะนำ

ราคาโดยประมาณ (บาท/เมตร)

0.23 - 0.28 มม.

เหมาะสำหรับงานที่เน้นความประหยัด เช่น หลังคาชั่วคราว โรงเรือนขนาดเล็ก หรือรั้วกั้นพื้นที่ ติดตั้งง่ายและใช้งบประมาณไม่สูง

120 - 145 บาท

0.30 - 0.35 มม.

เหมาะสำหรับหลังคาบ้านทั่วไป หลังคาโรงรถ กันสาด และงานต่อเติมบ้าน ให้ความแข็งแรงในระดับที่เหมาะกับที่อยู่อาศัย

140 - 165 บาท

0.35 - 0.40 มม.

เหมาะกับอาคารขนาดกลาง โรงงานขนาดเล็ก หรือผนังอาคารที่ต้องการความแข็งแรงเพิ่ม รองรับการใช้งานได้มากขึ้น

160 - 185 บาท

0.40 - 0.47 มม.

เหมาะสำหรับอาคารขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ งานอุตสาหกรรม หรือโครงการที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรงและความทนทานสูง

185 - 200 บาท

0.47 มม. ขึ้นไป

เหมาะกับโรงงาน โกดังสินค้า และอาคารขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับน้ำหนักมากและใช้งานหนักเป็นพิเศษ

280 - 300 บาท




เมทัลชีทติดตั้งอย่างไร?

วิธีติดตั้งเมทัลชีท

การติดตั้งหลังคาเมทัลชีทแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การติดตั้งแบบยิงสกรู และการติดตั้งแบบไม่ใช้สกรู โดยวิธีติดตั้งเมทัลชีทแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ดังนี้

  1. Bolt System หรือ ระบบติดตั้งแบบยิงสกรู เป็นวิธีติดตั้งที่ได้รับความนิยม เพราะติดตั้งง่าย ใช้เพียงสกรูยิงยึดหลังคาเมทัลชีทกับโครงสร้างหลังคาหรือแป เช่น เมทัลชีทรูปลอนมาตรฐาน 760 โดยความกว้างของแผ่นเมทัลชีทอยู่ที่ 760 มม. มี 5 สันลอน และความสูงของลอน 24 มม.

  2. Boltless System หรือ ระบบติดตั้งแบบไม่ใช้สกรู ใช้ขายึดหรือคลิปล็อกยึดแผ่นเมทัลชีทเข้ากับโครงแทนการยิงสกรูบนแผ่น เช่น เมทัลชีทรูปลอนแบบคลิปล็อก ซึ่งช่วยลดปัญหารั่วซึมและระบายน้ำได้ดี และสามารถติดตั้งบนหลังคาที่มี Slope ต่ำได้ด้วย



เมทัลชีทเหมาะกับงานประเภทใดบ้าง?

เมทัลชีทเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างได้หลากหลาย เพราะมีน้ำหนักเบา แข็งแรง ติดตั้งง่าย และเลือกดีไซน์ได้ตามต้องการ จึงถูกนำไปใช้งานทั้งด้านโครงสร้างและการตกแต่ง ดังนี้

  1. หลังคาเมทัลชีท : นิยมใช้กับหลังคาโรงรถ บ้านพักอาศัย โรงงาน หรืออาคารพาณิชย์ เพราะวัสดุมีความทนทาน สามารถติดตั้งได้เร็ว

  2. กันสาด : กันสาดเมทัลชีทเหมาะกับการทำกันสาดโรงจอดรถ กันสาดบ้าน และพื้นที่ต่อเติม เนื่องจากน้ำหนักเบา และไม่ต้องใช้โครงสร้างหนัก

  3. รั้ว : สามารถใช้ทำรั้วบ้าน รั้วโรงงาน หรือพื้นที่กั้นเขตได้ เพราะรั้วเมทัลชีทมีความแข็งแรงและติดตั้งได้รวดเร็ว

  4. เมทัลชีทลอนผนัง : การใช้ผนังเมทัลชีทแทนผนังอิฐฉาบปูน ช่วยลดน้ำหนักของตัวอาคาร และให้ดีไซน์สวยทันสมัย

  5. ฝ้าเมทัลชีท : เหมาะกับทั้งฝ้าเพดานภายในและภายนอกอาคาร เพราะาะมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่มีปัญหาเรื่องปลวกหรือเชื้อรา

  6. ระแนง : เมทัลชีทสามารถใช้ทำระแนงบังแดด บังตา หรือเป็นฟาซาดตกแต่งอาคาร ซึ่งให้ทั้งความสวยงามและฟังก์ชันบังแสง เพิ่มความเป็นส่วนตัว 

  7. โรงเรือนเกษตร / โกดังสินค้า : นิยมใช้เมทัลชีทเพราะสามารถรีดแผ่นยาว ลดรอยต่อ กันฝน กันแดดได้ดี



เมทัลชีทช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้อย่างไร?

ปกติเมทัลชีททั่วไปไม่มีเทคโนโลยีสะท้อนความร้อน แต่บลูสโคป แซคส์ มี Solar IR reflective ช่วยสะท้อนความร้อนได้ เมื่อติดตั้งเมทัลชีทหลังคากันความร้อน จึงช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีคุณสมบัติสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น ดังต่อไปนี้

  1. การเคลือบสีพิเศษ : เมทัลชีทบางยี่ห้อ อย่างบลูสโคป แซคส์ มี Cool Coating Technology ช่วยสะท้อนความร้อนออกไปบางส่วนก่อนที่ความร้อนจะเข้าสู่ตัวบ้านได้

  2. ช่องว่างเพื่อระบายอากาศ : การติดตั้งโดยเว้นระยะห่างระหว่างแผ่นหลังคากับโครงสร้าง ช่วยให้อากาศหมุนเวียนและระบายความร้อนได้ดีกว่า

  3. การเสริมฉนวนกันความร้อน : หลังคาเมทัลชีทบางชนิด เช่น หลังคาเมทัลชีท PU หรือ PE Foam มีการติดฉนวนกันความร้อน จึงช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

  4. สีหลังคามีผลโดยตรง : โทนสีอ่อน เช่น ขาว ครีม หรือเทาอ่อน มีส่วนช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีเข้ม 

  5. รูปแบบลอนและองศาหลังคา : หากเลือกความสูงของลอนและความลาดชันที่เหมาะสม จะช่วยให้น้ำฝนระบายได้ดีและลดการสะสมความร้อนในเวลาเดียวกัน

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ หลังคาเมทัลชีท BlueScope Zacs® จึงช่วยให้บ้านเย็นขึ้นสูงสุดถึง 4 องศาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และลดการใช้พลังงานได้



3 วิธีการเลือกหลังคาเมทัลชีท ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

แผ่นหลังคาเมทัลชีท

การเลือกแผ่นเมทัลชีทที่เหมาะสมไม่ควรมองเพียงเรื่องสีหรือความสวยงามเท่านั้น แต่ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้ง ความหนาของแผ่น การเคลือบกันสนิม สีสะท้อนความร้อน รูปแบบลอน และวิธีติดตั้ง เพื่อให้หลังคามีความแข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

ความหนาของเมทัลชีทที่แนะนำ

  1. 0.23-0.28 มม. เหมาะสำหรับงานชั่วคราว เช่น รั้วกั้นพื้นที่ หรือหลังคาชั่วคราว

  2. 0.30-0.35 มม. ใช้กับหลังคาบ้านขนาดเล็ก กันสาด หรือโรงเลี้ยงสัตว์

  3. 0.35-0.40 มม. เหมาะสำหรับอาคารทั่วไป โรงงานขนาดเล็กถึงกลาง หรือผนังอาคาร

  4. 0.40-0.47 มม. ใช้กับบ้านหลังใหญ่ อาคารขนาดกลางถึงใหญ่ หรืองานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

  5. 0.47 มม. ขึ้นไป เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารขนาดใหญ่ ที่ต้องการลดเสียงรบกวนและเพิ่มความทนทานสูงสุด

1. ปริมาณของสารเคลือบป้องกันสนิม AZ (AluZinc) 

เมทัลชีทที่เคลือบ AluZinc (AZ) จะมีความทนทานต่อสนิมและการกัดกร่อน แนะนำให้เลือกแผ่นที่มีการเคลือบเหมาะสม เช่น BlueScope ZACS ที่มีปริมาณของสารเคลือบป้องกันสนิม AZ90 เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย ยิ่งมีประมาณสารเคลือบมาก อายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น 

2. สีของเมทัลชีท

สีของหลังคาส่งผลต่อความร้อนที่เข้าสู่บ้าน หากต้องการให้บ้านเย็น ควรเลือก สีอ่อน เช่น ขาว ครีม หรือเทาอ่อน เพราะสามารถสะท้อนความร้อนดีกว่าสีเข้ม

3. รูปลอน

ข้อดีของเมทัลชีทคือมีรูปแบบลอนหลากหลาย ทั้งแบบลอนสูง ลอนคู่ ลอนพาเนล หรือแบบลอนสเปน

  1. การติดตั้งตามองศา เช่น ระบบยิงสกรู แนะนำองศาขั้นต่ำ 5 องศา และระบบ Botless ต่ำสุด 2 - 3 องศา

  2. การติดตั้งที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานอาจทำให้เกิด น้ำไหลย้อน หรือรั่วซึมบริเวณรอยต่อ

  3. การเลือกลอนและความลาดเอียงควรพิจารณาประเภทลอน ระบบติดตั้ง และความสวยงามของหลังคา



เมทัลชีทคุณภาพดี เลือกยังไงให้ใช้งานได้นาน?

การเลือกเมทัลชีทให้เหมาะสมจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความหนาของแผ่น คุณภาพของการเคลือบ การรับประกัน และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต เพื่อให้ได้หลังคาที่สวยงาม แข็งแรง และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว

1. เลือกความหนาให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ขนาดเมทัลชีท โดยเฉพาะความหนามีผลต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งาน โดยแผ่นบาง (0.23 - 0.28 มม.) เหมาะกับงานชั่วคราวหรือรั้วกั้น ส่วนแผ่นหนา (0.35 มม. ขึ้นไป) เหมาะกับบ้านพักอาศัย ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อใช้งานได้นานและปลอดภัย

2. เลือกที่มีการรับประกัน

เมทัลชีทคุณภาพดีควรมาพร้อมการรับประกัน ทั้งในด้านการผุกร่อนและการซีดจางของสี เพื่อความมั่นใจในความทนทานและการใช้งานระยะยาว ดังนั้นจึงควรตรวจสอบรายละเอียดการรับประกันจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง

3. เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ

เลือกเมทัลชีทจากแบรนด์ที่ได้รับมาตรฐานไทยและสากล โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีมาตรฐานด้านคุณภาพที่เหนือกว่าข้อกำหนดตามมาตรฐาน มอก. เพื่อมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย โดย

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เมทัลชีท ยี่ห้อไหนดี หลังคากันความร้อน ทนทาน คุ้มค่าระยะยาว

4. เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ

ซื้อเมทัลชีทจากร้านค้าหรือศูนย์จำหน่ายที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผู้ผลิตเพื่อให้ได้ของแท้ มีรับประกัน พร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ทั้งการ เลือกประเภท ความหนา และการติดตั้งให้เหมาะสมกับหน้างานจริง

การเลือกเมทัลชีทที่ดีคือการพิจารณาทั้งด้านโครงสร้าง คุณภาพ และแหล่งจำหน่ายอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้หลังคาที่แข็งแรง สามารถใช้งานยาวนาน และหากต้องการมั่นใจในมาตรฐานระดับโลก เมทัลชีทที่ผ่านกระบวนการผลิตและเคลือบคุณภาพสูงจาก บลูสโคป แซคส์® คูล คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความทนทานและความสวยงามในระยะยาว



เมทัลชีทเกรดพรีเมี่ยม การันตีคุณภาพ ต้องบลูสโคป แซคส์® คูล

หากกำลังมองหาเมทัลชีทยี่ห้อไหนดีที่ได้มาตรฐาน เมทัลชีทราคาส่ง คุณภาพดี แบรนด์เมทัลชีทที่แนะนำ คือ บลูสโคป แบรนด์เมทัลชีทคุณภาพ เนื่องจากเมทัลชีทแข็งแรงทนทาน มีประเภทเมทัลชีทและสีให้เลือกหลากหลายตามสไตล์ที่ต้องการ จึงสามารถใช้เมทัลชีทสำหรับสร้างโรงจอดรถ หรือจะใช้เมทัลชีทสำหรับมุงหลังคาบ้านก็ดูสวยงามอย่างลงตัว

เมทัลชีทเกรดพรีเมียมจากบลูสโคป นอกจากจะตอบโจทย์ความสวยงามแล้ว ยังตอบโจทย์ด้านคุณภาพได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นแบรนด์เมทัลชีทได้มาตรฐานเหนือมอก. รับประกันไม่ผุกร่อนนานถึง 15 ปี และสีไม่ซีดจาง 8 ปีเต็ม มั่นใจได้ว่าอาคารหรือบ้านที่ติดตั้งเมทัลชีทบลูสโคปจะดูใหม่และแข็งแรงอยู่เสมอ จึงสามารถสั่งซื้อเมทัลชีทจำนวนมากได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพ

อีกทั้งยังมีการเคลือบป้องกันสนิมด้วย AZ90 ทำให้ได้เมทัลชีทเหล็กคุณภาพสูง พร้อมด้วยเทคโนโลยี Cool Coating ที่ช่วยสะท้อนความร้อน ทำให้บ้านเย็นกว่าหลังคาทั่วไปสูงสุดถึง 4 องศา จึงสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้อย่างสบายกายและสบายใจ เรียกได้ว่าเป็นเมทัลชีทราคาถูกคุณภาพดี คุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว

หากกำลังมองหาแหล่งขายเมทัลชีทราคาถูก หรือต้องการซื้อเมทัลชีทราคาโรงงาน แนะนำแบรนด์เมทัลชีทจากบลูสโคป โดยสามารถสั่งซื้อเมทัลชีทพร้อมจัดส่งได้จากศูนย์เมทัลชีท บลูสโคป ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเมทัลชีทราคากลาง การันตีคุณภาพดี สีสวย ไม่ซีดจางไว สามารถใช้งานคงทนระยะยาว



เมทัลชีท ตัวช่วยลดความร้อนและเสียงรบกวนที่ทุกบ้านต้องมี

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยให้บ้านเย็น ราคาคุ้มค่า แผ่นเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ คือคำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการทั้งความสวยงามและความทนทาน แผ่นเมทัลชีทจากบลูสโคป แซคส์ เป็นวัสดุคุณภาพเหนือมาตรฐาน มอก. ที่มาพร้อมการปกป้องที่เหนือกว่า รับประกันไม่ผุกร่อน 15 ปี สีไม่ซีดจาง 8 ปี และมีเทคโนโลยี Cool Coating ช่วยสะท้อนความร้อน เปลี่ยนบ้านให้เย็นสบาย น่าอยู่ ในราคาสุดคุ้มค่า หากสนใจซื้อเมทัลชีท ต้องซื้อที่ศูนย์เมทัลชีท บลูสโคป ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อศูนย์ให้คำแนะนำวัสดุเมทัลชีทจากบลูสโคปได้ที่

  1. Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป

  2. Line : @bluescopeth

  3. FB : BlueScope Thailand

  4. Call center : 02-333-3030



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หลังคาเมทัลชีทใช้งานได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี ขึ้นอยู่กับความหนา การเคลือบผิว และการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน

หลังคาเมทัลชีทเสียงดังเวลาโดนฝนไหม?

ถ้าเป็นแผ่นธรรมดาจะมีเสียงดังขณะฝนตก แต่หากเลือกแบบเสริมฉนวนกันความร้อนหรือกันเสียง จะช่วยลดเสียงรบกวนได้

หลังคาเมทัลชีท ความหนา 0.47 มม. เหมาะกับงานแบบไหน?

เมทัลชีทความหนา 0.47 มม. เป็นหนึ่งในขนาดที่ได้รับความนิยมสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทานสูง เหมาะกับทั้ง หลังคาบ้าน อาคารพาณิชย์ โรงงาน โกดังสินค้า และอาคารที่มีช่วงโครงสร้างกว้าง เพราะแผ่นมีความแข็งแรง รับแรงลมและแรงกระแทกได้ดีกว่าเมทัลชีทที่มีความหนาน้อยกว่า

วิธีเลือกซื้อเมทัลชีทของแท้ ดูอย่างไร?

การเลือกเมทัลชีทของแท้ ควรพิจารณาทั้งคุณภาพสินค้าและแหล่งจำหน่าย ไม่ใช่ดูเฉพาะราคา โดยมีหลักสังเกตง่าย ๆ ดังนี้

  1. เลือกแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน เช่น BlueScope ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. และมีการรับประกันตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

  2. ตรวจสอบฉลากสินค้า ให้มีข้อมูลความหนา ประเภทการเคลือบผิว รุ่นสินค้า และผู้ผลิตอย่างชัดเจน

  3. ซื้อจากศูนย์เมทัลชีท บลูสโคป หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อความมั่นใจว่าได้รับสินค้าของแท้

  4. หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจมีความหนาหรือคุณภาพไม่ตรงตามสเปก


ค้นหาศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป