หลังคารั่ว ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม! รู้ทันจุดเสี่ยงและวิธีรับมือ
28 Jan 2026
ปัญหาหลังคาบ้านรั่วเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและไม่ควรมองข้าม การรู้จุดเสี่ยงที่มักเกิดหลังคารั่วซึม พร้อมเทคนิคการซ่อมแซมที่ถูกวิธี จะช่วยป้องกันความเสียหายและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ โดยสาเหตุสำคัญของหลังคารั่วมักมาจากการเลือกใช้วัสดุหลังคาที่มีรอยต่อจำนวนมาก เช่น หลังคากระเบื้อง ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงให้น้ำฝนซึมผ่านได้ง่าย
จุดที่มักเกิดปัญหาหลังคารั่วซึม มีตรงไหนบ้าง?
:quality(80))
1. สันครอบหลังคารั่ว
สันครอบหลังคาเป็นจุดที่มักรั่วซึม เพราะเป็นรอยต่อที่รับน้ำฝนโดยตรง การซ่อมหลังคารั่วจุดนี้ต้องติดตั้งสันครอบให้มิดชิด ไม่ว่าจะเป็นหลังคาโมเดิร์นหรือแบบดั้งเดิมก็ควรใช้วัสดุกันซึมหลังคาเพื่อช่วยป้องกันน้ำซึม ปัญหานี้พบได้บ่อยในหลังคากระเบื้อง เนื่องจากมีรอยต่อหลายตำแหน่งที่ต้องพึ่งการปิดทับและยาแนวเป็นหลัก
2. รอยแตกร้าวบนหลังคา
รอยแตกร้าวบนหลังคาเกิดจากการขยายตัวของวัสดุเมื่อเจอความร้อนและเย็นสลับกัน ปัญหานี้พบได้บ่อยทั้งหลังคาโรงรถและหลังคาส่วนต่อกับรั้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้น้ำจะซึมเข้าไปทำให้ความเสียหายมากขึ้น
3. วางแผ่นหลังคาไม่ลงล็อก
บ่อยครั้งที่หลังคารั่วเกิดจากแผ่นหลังคาไม่ลงล็อก เมื่อน้ำฝนไหลตามรอยต่อและวัสดุมุงหลังคาวางไม่แนบสนิท ช่องว่างเล็ก ๆ จึงกลายเป็นจุดสะสมน้ำ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่พบได้บ่อยในหลังคากระเบื้อง ต่างจากหลังคาเมทัลชีทที่ใช้แผ่นยาวต่อเนื่อง ทำให้มีรอยต่อน้อยและลดความเสี่ยงการรั่วซึมได้มากกว่า
4. รั่วตรงหัวน็อตยึดหลังคา
หัวน็อตยึดหลังคาบ้านเป็นอีกจุดที่ต้องระวังเรื่องการรั่วซึม เพราะแม้จะมีปะเก็นยางรอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปปะเก็นจะเสื่อมสภาพ การใช้วัสดุกันซึมหลังคากระเบื้องเคลือบบริเวณหัวน็อตจึงเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
5. รางน้ำหรือรางระบายน้ำอุดตัน
อีกสาเหตุของหลังคารั่วมักเกิดจากรางน้ำอุดตัน ทำให้น้ำฝนล้นจนย้อนเข้าสู่โครงสร้างหลังคา แม้เป็นหลังคากันความร้อน แต่ถ้าระบบระบายน้ำทำงานไม่สมบูรณ์ก็เสี่ยงต่อปัญหานี้ได้
6. รอยต่อหลังคาปิดไม่สนิท
รอยต่อหลังคาที่ปิดไม่สนิทมักเกิดจากการติดตั้งผิดหรือวัสดุเสื่อมสภาพ น้ำฝนจะซึมเข้าช่องว่างเหล่านี้และทำให้เกิดความเสียหายกับโครงสร้าง การติดตั้งแผ่นกันรั่วหลังคาบริเวณรอยต่อจะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาได้
7. กระเบื้องแตกร้าวรุนแรง / มีช่องโหว่
จุดที่มักเจอปัญหาหลังคารั่วคือกระเบื้องแตกร้าวรุนแรงหรือมีช่องว่าง ทำให้น้ำฝนซึมผ่านได้ โดยการทาหลังคารั่วอาจช่วยลดปัญหาได้เบื้องต้น แต่ควรตรวจเช็กสภาพกระเบื้องควบคู่กันเพื่อแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยกระเบื้องหลังคายังเป็นวัสดุที่แตกหักได้ง่ายจากแรงกระแทกและการยืดหดตัวตามอุณหภูมิ จึงเพิ่มโอกาสเกิดปัญหารั่วซึมในระยะยาว
8. ดาดฟ้ารั่วซึม
ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องรับน้ำฝนและแดดตลอดทั้งวัน ทำให้วัสดุกันซึมเสื่อมสภาพง่าย โดยการใช้แผ่นติดหลังคากันรั่วเคลือบทับดาดฟ้าทั้งหมด พร้อมทาวัสดุยาแนวรอบขอบจะช่วยป้องกันน้ำซึมได้
วิธีแก้ไขปัญหาหลังคารั่วด้วยระบบกันซึม
1. ตรวจเช็กหาจุดรั่ว
ระบบกันซึมช่วยแก้ปัญหาหลังคารั่วได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังถือเป็นการแก้ปลายเหตุ หากวัสดุหลังคาเดิมมีรอยต่อจำนวนมากอยู่แล้ว โดยการแก้ปัญหาด้วยระบบกันซึมควรเริ่มจากการเช็กตำแหน่งที่เกิดความเสียหาย ซึ่งการหาจุดรั่วจะช่วยให้ควบคุมขอบเขตพื้นที่ได้ เมื่อเจอจุดที่มีปัญหาแล้วก็จะเลือกวิธีซ่อมได้อย่างเหมาะสมด้วย
2. ทำความสะอาดพื้นผิว
การทำความสะอาดพื้นผิวหลังคาเป็นขั้นตอนต้น ๆ ที่สำคัญก่อนทาวัสดุกันซึม โดยควรกำจัดฝุ่น คราบสกปรก ตะไคร่ และคราบน้ำมันต่าง ๆ ออกให้หมด เพราะพื้นผิวที่สะอาดจะทำให้วัสดุกันซึมเกาะติดดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
3. ซ่อมรอยแตกร้าว
รอยแตกร้าวบนหลังคาต้องซ่อมแซมก่อนทาวัสดุกันซึม โดยใช้ซีลเลนต์หรือปูนกันซึมเติมลงในรอยแตกให้เต็มและเรียบเสมอพื้นผิว การซ่อมจุดเหล่านี้จะช่วยป้องกันหลังคารั่วและทำให้ระบบกันซึมทำงานได้ดี
4. ทาน้ำยากันซึม / ปิดรอยต่อ
การทาน้ำยากันซึมต้องทาให้ทั่วทั้งพื้นผิวหลังคาอย่างน้อย 2-3 ชั้น โดยรอให้แต่ละชั้นแห้งสนิทก่อนทาชั้นถัดไป จากนั้นให้ปิดรอยต่อต่าง ๆ เช่น ระหว่างแผ่นหลังคา รอบท่อระบายน้ำ และบริเวณสันครอบ
5. เสริมชั้นป้องกันรั่วซ้ำ
การเสริมชั้นจะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดโอกาสหลังคารั่วซ้ำ โดยอาจใช้แผ่นกันซึมพิเศษปูทับหรือทาสารเคลือบเพิ่มอีกชั้น วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันรอยแตกร้าวจากการขยายตัวของวัสดุได้
6. ใช้แผ่นไฟเบอร์เสริม
แผ่นไฟเบอร์เป็นวัสดุเสริมความแข็งแรงที่นิยมใช้ในระบบกันซึมสำหรับจุดที่ต้องการความทนทาน โดยการใช้แผ่นไฟเบอร์เสริมจะช่วยกระจายแรงกดและป้องกันรอยแตกร้าวได้ดีกว่าการทาน้ำยากันซึมอย่างเดียว
7. ปิดรอยต่อทั้งหมดให้แน่น
การปิดรอยต่อทุกจุดให้สนิทเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องทำอย่างพิถีพิถัน ซึ่งการดูแลรอยต่อเหล่านี้จะช่วยป้องกันปัญหาหลังคารั่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีซ่อมหลังคารั่วด้วยตัวเอง
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจหาจุดรั่ว
การตรวจหาจุดรั่วเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการซ่อมหลังคารั่ว โดยสังเกตจากรอยน้ำซึมบนเพดานหรือฝ้า แล้วตรวจสอบขึ้นไปบนหลังคาบริเวณตรงนั้น โดยควรดูวันที่ฝนตกหรือใช้น้ำราดทดสอบเพื่อหาตำแหน่งที่แน่นอน
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมหลังคารั่วด้วยตัวเอง เช่น บันไดที่มั่นคง วัสดุกันซึมหรือซีลเลนต์ แปรงทา ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด และอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเช่นถุงมือและรองเท้ากันลื่น ซึ่งควรเตรียมอุปกรณ์ให้ครบก่อนขึ้นไปซ่อม
ขั้นตอนที่ 3: อุดรอยรั่วด้วยซิลิโคนหรือวัสดุเฉพาะจุด
การอุดรอยรั่วเป็นวิธีแก้ปัญหาเร่งด่วน ด้วยการใช้ซิลิโคนกันน้ำหรือซีลเลนต์บีบเติมลงในรอยแตกที่พบ โดยควรทำความสะอาดจุดนั้นก่อนอุดและรอให้แห้งตามเวลาที่กำหนดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
ขั้นตอนที่ 4: เปลี่ยนกระเบื้องที่แตกร้าว
กระเบื้องที่แตกร้าวหรือหักเป็นสาเหตุหลักของการรั่วซึม การเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ทำได้โดยถอดกระเบื้องแผ่นที่เสียออกอย่างระมัดระวัง แล้วนำกระเบื้องใหม่ที่มีขนาดและรุ่นเดียวกันมาติดตั้งแทน แล้วยึดให้แน่น พร้อมตรวจสอบรอบ ๆ ว่าไม่มีช่องว่างให้น้ำซึมผ่านได้
หลังคารั่วใช้อะไรอุดได้บ้าง?
วัสดุที่นิยมใช้ในการอุดรอยรั่วหลังคา
ซิลิโคนกันน้ำ - เป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับอุดรอยรั่วเฉพาะจุดได้อย่างรวดเร็ว มีความยืดหยุ่นสูงทนต่อการขยายตัว เหมาะสำหรับรอยต่อและช่องว่างเล็ก ๆ
ปูนซ่อมรอยแตกร้าว - ปูนสำเร็จรูปพิเศษสำหรับซ่อมแซมรอยแตกบนหลังคาคอนกรีตหรือปูน มีคุณสมบัติกันน้ำและยึดเกาะแน่นกับพื้นผิวได้ดี
เทปกันซึมสำเร็จรูป - แผ่นเทปกาวสำเร็จรูปที่ติดง่ายและให้ผลทันที เหมาะสำหรับการซ่อมชั่วคราวหรือบริเวณที่ทาน้ำยายาก แต่อาจไม่ทนทานเท่าวิธีอื่น
น้ำยากันซึม - วัสดุเคลือบผิวที่ใช้ทาทั่วทั้งพื้นที่หลังคาเพื่อสร้างชั้นป้องกันน้ำซึม มีหลายชนิด ใช้ได้กับพื้นที่กว้าง
สเปรย์อุดรอยรั่วเฉพาะจุด - ผลิตภัณฑ์สเปรย์ที่ฉีดได้โดยตรงบนจุดที่มีปัญหาหลังคารั่ว สะดวกในการใช้งานและเข้าถึงจุดที่ลึกหรือแคบได้ดี แห้งเร็วและกันน้ำได้
อย่างไรก็ตาม วัสดุอุดรอยรั่วช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะจุด แต่ไม่สามารถลดจำนวนรอยต่อของแผ่นหลังคา ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของการรั่วซึมได้
เทคนิคป้องกันหลังคารั่วในอนาคต
ตรวจสอบหลังคาปีละครั้ง
การตรวจสอบหลังคาอย่างน้อยปีละครั้งเป็นเทคนิคป้องกันที่มีประสิทธิภาพ โดยควรตรวจสอบก่อนและหลังฤดูฝนเพื่อดูรอยแตกร้าว กระเบื้องหลุด หรือจุดที่อาจเกิดปัญหา การตรวจพบและซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและป้องกันความเสียหายร้ายแรงในอนาคตได้
ตัดกิ่งไม้ใหญ่ใกล้หลังคา
กิ่งไม้เหนือหลังคาสามารถสร้างความเสียหายได้หลายรูปแบบ ทั้งการขีดข่วนผิวหลังคาจากการเสียดสี ใบไม้ตกทับจนเน่าเปื่อยและอุดตันระบบระบายน้ำ รวมถึงกิ่งไม้หักตกใส่หลังคาในช่วงพายุ การตัดแต่งกิ่งไม้ให้ห่างจากหลังคาอย่างน้อย 2-3 เมตรจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้และยืดอายุการใช้งานหลังคาได้
ทำความสะอาดรางน้ำ–ปล่องระบายน้ำ
รางน้ำและปล่องระบายน้ำที่อุดตันด้วยใบไม้หรือเศษขยะต่าง ๆ อาจทำให้น้ำท่วมขังบนหลังคาและซึมเข้าไปในตัวอาคารได้ การทำความสะอาดรางน้ำและปล่องระบายน้ำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 3-6 เดือน โดยเฉพาะหลังฤดูใบไม้ร่วงหรือหลังพายุ จะช่วยให้น้ำไหลได้สะดวกและป้องกันปัญหาหลังคารั่ว
เลือกหลังคาเมทัลชีทคุณภาพสูง ต้อง ‘บลูสโคป แซคส์® คูล’ นวัตกรรมเพื่อบ้านที่สมบูรณ์แบบ
หากมองปัญหาหลังคารั่วในระยะยาว การเปลี่ยนชนิดวัสดุหลังคาให้มีรอยต่อน้อยตั้งแต่ต้น ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่าการซ่อมซ้ำ ๆ การเลือกหลังคาเมทัลชีทคุณภาพสูงเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยป้องกันปัญหาหลังคารั่วและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม โดย ‘บลูสโคป แซคส์® คูล’ ตอบโจทย์ด้วยเทคโนโลยี Cool Coating ที่สะท้อนความร้อน ทำให้บ้านเย็นสบาย พร้อมรับประกันไม่ผุกร่อน 15 ปี และสีไม่ซีดจาง 8 ปี จึงมั่นใจได้เรื่องความทนทานและคุณภาพระดับโลก และถ้าใครสนใจซื้อเมทัลชีท ต้องซื้อที่ร้านเมทัลชีทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบลูสโคปเท่านั้น โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป
Line : @bluescopeth
FB : BlueScope Thailand
Call center : 02-333-3030
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังคารั่วต้องรื้อหลังคาทั้งหมดไหม?
การรื้อหลังคาทั้งหมดไม่จำเป็น ถ้ามีปัญหารั่วซึมในบางจุดเท่านั้น โดยการซ่อมเฉพาะจุดหรือเปลี่ยนกระเบื้องบางแผ่นก็สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าหลังคาเก่ามากจนโครงสร้างผุกร่อน ชำรุดทั่วทั้งหลัง หรือรั่วซึมหลายจุดพร้อมกัน การรื้อเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมดอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า
หลังคารั่วใช้อะไรอุดดีที่สุด?
วัสดุที่ดีขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดรอยรั่ว สำหรับรอยรั่วเล็ก ๆ ซิลิโคนหรือสเปรย์อุดรอยรั่วก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี ส่วนรอยแตกขนาดใหญ่ควรใช้ปูนซ่อมหรือน้ำยากันซึมเคลือบทับ และถ้าต้องการความทนทานสูงสุดแนะนำให้ใช้ระบบกันซึมแบบเสริมแผ่นไฟเบอร์เพื่อป้องกันรอยแตกร้าวในอนาคต