ประเทศ
Thailand | TH

หลังคาเมทัลชีท มีกี่แบบ? เรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อหลังคาดีมีคุณภาพ

24 Mar 2026

>

หลังคาเมทัลชีทเป็นหนึ่งในวัสดุมุงหลังคายอดนิยมของบ้านสมัยใหม่ ด้วยจุดเด่นทั้งความแข็งแรง ทนทาน ดีไซน์ทันสมัย สีสวยสม่ำเสมอ ติดตั้งง่าย แถมยังช่วยลดความร้อนภายในบ้าน และประหยัดพลังงานได้อีกด้วย แต่ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหลังคาประเภทนี้ หลายคนอาจยังมีคำถามว่าเมทัลชีทมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งานจริง? บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจประเภทของหลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) ว่ามีกี่แบบกันแน่ พร้อมเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านควรรู้ เพื่อช่วยให้เลือกหลังคาที่ดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์บ้านได้มากที่สุด



เมทัลชีทคืออะไร? ทำไมถึงนิยมใช้ทำหลังคา

เมทัลชีท คือ

ก่อนจะไปดูว่าหลังคาเมทัลชีท มีกี่แบบ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเมทัลชีท คืออะไร?เมทัลชีท(Metal Sheet) คือ หนึ่งในวัสดุมุงหลังคา มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสีผสมอลูมิเนียม 55% (Zinc-Aluminium 55%) ที่นำมาขึ้นรูปลอน สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะนำไปมุงหลังคา กรุผนัง ทำกันสาด หรือกั้นรั้ว อีกทั้งช่วยป้องกันการกัดกร่อน ระบายความร้อน น้ำหนักเบา ไม่รั่วซึม ทนทาน แถมยังช่วยให้บ้านสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ บ้านในปัจจุบันมักนิยมใช้รูปแบบหลังคาบ้านเมทัลชีทกันเป็นส่วนมากนั่นเอง 

สนใจแบบหลังคาเมทัลชีทสวย ๆ แต่ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี? ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ไอเดีย เมทัลชีท



เมทัลชีทมีกี่แบบ? รู้จักประเภทก่อนเลือกใช้งาน

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับการแบ่งเมทัลชีทตามรูปทรงลอนหลังคาเมทัลชีท ไม่ว่าจะเป็นเมทัลชีทลอนคู่ เมทัลชีท ลอนเรียบ หรือหลังคาเมทัลชีท ลอนสเปน เป็นต้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมทัลชีทยังสามารถแบ่งออกได้อีกหลายประเภท ดังต่อไปนี้ 

แบ่งตามระบบการติดตั้ง

เมทัลชีทสามารถแบ่งตามระบบการติดตั้งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ 

  1. ระบบยิงสกรู (Bolt System) ระบบที่ใช้สกรูยิงยึดระหว่างแผ่นเมทัลชีทกับแปหรือโครงสร้างหลังคา เป็นแบบที่นิยมใช้ เพราะติดตั้งง่าย เช่น เมทัลชีทรูปลอนมาตรฐาน 760

  2. ระบบไม่ใช้สกรู (Boltless System) เป็นระบบติดตั้งแผ่นเมทัลชีทกับขายึดหรือคอนเน็กเตอร์ ไม่มีการใช้สกรูเจาะ ช่วยลดการรั่วซึมได้ดีกว่าระบบยิงสกรู เช่น เมทัลชีทรูปลอนคลิปล็อก

แบ่งตามชนิดการเคลือบผิว

การเคลือบผิวหลังคาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและความทนทานของหลังคาเมทัลชีท โดยชนิดการเคลือบที่นิยมใช้งานหลัก ๆ มี 2 แบบ ได้แก่

  1. เมทัลชีทเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 55% (Aluzinc / AZ) คือ แผ่นเหล็กที่ผ่านการเคลือบผิวด้วยส่วนผสมของอะลูมิเนียมและสังกะสี (Aluminium + Zinc) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดสนิมและเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม โดยตัวอักษร “AZ” จะใช้เรียกระดับการเคลือบผิว ซึ่งตัวเลขด้านหลังเป็นตัวบ่งบอกปริมาณและความหนาแน่นของสารเคลือบ ดังนี้

    1. เกรด AZ 150 เป็นเมทัลชีทที่มีปริมาณสารเคลือบสูงมาก จุดเด่นคือทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้ดี ไม่ว่าจะเป็นไอกรด ละอองเกลือ ความชื้น หรือมลพิษในอากาศ จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน นิยมนำไปใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารขนาดใหญ่ ที่ต้องการความแข็งแรงและลดความเสี่ยงในการซ่อมบำรุงระยะยาว

    2. เกรด AZ90 เป็นเมทัลชีทที่มีความทนทานต่อมลภาวะในระดับสูง เช่น เมทัลชีท บลูสโคป แซคส์ โดยมีความหนาของชั้นเคลือบอลูมิเนียมและสังกะสีมากกว่ามาตรฐานทั่วไป เคลือบป้องกันสนิมระดับ AZ90 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน มอก. กำหนด จึงทนต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิมได้ดีกว่าอย่างชัดเจน สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 20 ปี เหมาะสำหรับงานหลังคาที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน บ้านพักอาศัย หรืออาคารทั่วไปที่ต้องเผชิญสภาพอากาศรุนแรง เช่น ฝนตกบ่อย ความชื้นสูง หรือพื้นที่ใกล้ทะเล

    3. เกรด AZ70 เป็นเมทัลชีททั่วไปที่มีความทนทานต่อมลภาวะในระดับปานกลาง และเป็นค่าขั้นต่ำตามมาตรฐาน มอก. กำหนด เหมาะสำหรับงานใช้งานทั่วไปหรือพื้นที่ที่ไม่ได้เผชิญความชื้นสูงมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีชั้นเคลือบป้องกันสนิมในระดับต่ำ จึงเสี่ยงต่อการเกิดสนิมได้ง่ายเมื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีแดด ฝน และความชื้นต่อเนื่อง และอายุการใช้งานอาจสั้น และอาจพบปัญหาเรื่องการกัดกร่อนของสนิมเร็วกว่าเกรด AZ90

จุดเด่นของเมทัลชีทประเภทนี้คือมีความทนทานสูง ไม่เสื่อมสภาพง่าย และมีผิวที่เงางามสวยงามกว่าการเคลือบแบบทั่วไป เหมาะกับการใช้งานที่ต้องเผชิญแดด ฝน และสภาพแวดล้อมเป็นเวลานาน จึงได้รับความนิยมทั้งในอาคารพักอาศัยและอาคารขนาดใหญ่

  1. แผ่นเหล็กเคลือบสังกะสี (Galvanized - GI) คือ แผ่นเหล็กที่ผ่านการชุบเคลือบผิวด้วยสังกะสีเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและการผุกร่อน ช่วยยืดอายุการใช้งาน เหมาะสำหรับงานหลังคาและผนังอาคารทั่วไป เช่น โกดัง, บ้านพักอาศัย หรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องการวัสดุ ราคาประหยัด แต่อาจเกิดการกัดกร่อนได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับเมทัลชีทเคลือบอะลูซิงค์ 



เลือกเมทัลชีทแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน?

เลือกตามสภาพแวดล้อม

  1. พื้นที่ชื้น ใกล้ทะเล พื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรืออยู่ใกล้ทะเล มักมีไอเกลือในอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม ควรเลือกเมทัลชีทที่มีการเคลือบผิวคุณภาพสูง เช่น เคลือบอลูซิงค์เกรดสูง และมีความหนาของแผ่นเหมาะสม เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและยืดอายุการใช้งานของหลังคา

  2. พื้นที่แดดแรง สำหรับบ้านที่ต้องเผชิญแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรเลือกเมทัลชีทที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน หรือเลือกติดตั้งเมทัลชีทแบบมีฉนวนกันความร้อนร่วมด้วย จะช่วยลดการสะสมความร้อนใต้หลังคา ทำให้ภายในบ้านเย็นสบายขึ้นและช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว

เลือกตามลักษณะโครงสร้าง

  1. ระยะห่างแป ระยะห่างของแปมีผลต่อความแข็งแรงของหลังคา หากแปเว้นระยะห่างมาก ควรเลือกเมทัลชีทที่มีความหนาและเกรดเหล็กสูง เพื่อป้องกันการแอ่นตัวหรือบิดงอของแผ่นหลังคาในระยะยาว

  2. ขนาดพื้นที่หลังคา หลังคาที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ควรเลือกเมทัลชีทที่มีความแข็งแรง รับแรงลมได้ดี และใช้แผ่นที่มีความยาวเหมาะสม เพื่อลดรอยต่อของแผ่นหลังคา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการรั่วซึม

  3. ความลาดเอียงของหลังคา หลังคาที่มีความลาดเอียงน้อย ควรเลือกเมทัลชีทที่ออกแบบให้ระบายน้ำได้ดี และติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันน้ำขังและการรั่วซึม ในขณะที่หลังคาที่มีความลาดเอียงมาก สามารถเลือกใช้เมทัลชีทได้หลากหลายรูปแบบ แต่ยังควรคำนึงถึงความแข็งแรงและการยึดติดที่ได้มาตรฐาน



4 เรื่องที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนซื้อเมทัลชีทแบบต่าง ๆ 

Metal Sheet มีกี่แบบ

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจกันไปแล้วว่าเมทัลชีท มีกี่แบบ ลองมาดูกันว่าก่อนซื้อเมทัลชีทให้เหมาะบ้าน นอกจากเรื่องราคาและดีไซน์แล้ว ยังมีอะไรอีกบ้างที่เจ้าของบ้านควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจซื้อ

1. ความหนาของเมทัลชีทกับการใช้งาน

เมทัลชีทมีขนาดความหนาให้เลือกหลายระดับ ซึ่งความหนาแต่ละระดับจะเหมาะกับการใช้งานและโครงสร้างที่แตกต่างกัน ยิ่งแผ่นเมทัลชีทหนามากเท่าไร ก็ยิ่งแข็งแรงและช่วยป้องกันเสียงได้ดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือความหนาต้องสอดคล้องกับการออกแบบ การรับน้ำหนักของโครงสร้าง และความแข็งแรงของอาคาร หากเลือกขนาดเมทัลชีทที่มีความหนาที่เหมาะสม จะช่วยให้หลังคาแข็งแรง ใช้งานได้นาน และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่ไม่จำเป็นในอนาคต

ตัวอย่างขนาดความหนาของแผ่นหลังคาเมทัลชีทที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน มีดังนี้

  1. ความหนาเมทัลชีท 0.23-0.28 มิลลิเมตร: เหมาะกับงานหลังคาขนาดเล็ก เช่น ที่พักอาศัยชั่วคราว

  2. ความหนาเมทัลชีท 0.30-0.35 มิลลิเมตร: เหมาะกับงานหลังคาและผนังขนาดเล็กที่มีระยะแปไม่เกิน 1.2 เมตร เช่น บ้านพักอาศัย ส่วนต่อเติม โรงจอดรถ และกันสาด

  3. ความหนาเมทัลชีท 0.35-0.40 มิลลิเมตร: เหมาะกับงานหลังคาขนาดกลางและงานผนังทั่วไป เช่น โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง

  4. ความหนาเมทัลชีท 0.40-0.47 มิลลิเมตร: เหมาะกับงานหลังคาขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่น โรงงานหรืออาคารขนาดกลางที่ต้องการการก่อสร้างคุณภาพสูง

  5. ความหนาเมทัลชีท 0.47 มิลลิเมตรขึ้นไป: เหมาะกับงานหลังคาขนาดใหญ่ เช่น โรงงานหรืออาคารขนาดใหญ่

จะเห็นว่า ยิ่งสิ่งก่อสร้างมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าไร ความหนาของเมทัลชีทก็ควรต้องเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากขนาดของสิ่งก่อสร้างแล้ว อย่าลืมพิจารณารูปลอนและระยะแปควบคู่กันไปด้วย

2. การเลือกสีหลังคาให้เหมาะกับสไตล์ของบ้าน

นอกจากเรื่องขนาดความหนาแล้ว เมทัลชีทมีให้เลือกทั้งพื้นผิวและสีสันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผิวสะท้อนความร้อน ผิวลายธรรมชาติ หรือผิวประกายมุก การเลือกสีหลังคาเมทัลชีทควรคำนึงถึงโทนสีของตัวบ้านและสไตล์โดยรวม ตัวอย่างเช่น 

  1. โมเดิร์น (Modern): เป็นสไตล์ที่สมาร์ตและทันสมัย โครงสร้างบ้านเป็นทรงสี่เหลี่ยม ตกแต่งเรียบง่าย เน้นหน้าต่างบานใหญ่ไว้เปิดรับแสงจากธรรมชาติ แบบหลังคาเมทัลชีทสไตล์โมเดิร์นจึงเหมาะกับสีกลาง ๆ หรือสีโทนเย็น ไม่ฉูดฉาด เช่น หลังคาสีนูโว บลู จากบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs)

  2. ทรอปิคอล (Tropical): เป็นสไตล์ที่อบอุ่น มีความเป็นธรรมชาติ ตัวบ้านมักสร้างจากไม้หรือเหล็กผสมไม้ จึงเหมาะกับสีเอิร์ธโทน เช่น หลังคาสีเนเชอรัล บราวน์ จากบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs)

  3. มินิมอล (Minimal): เป็นสไตล์ที่เรียบง่าย สะอาด มีคอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก ตัวบ้านมักเน้นโทนสีสว่าง จึงเหมาะกับสีขาว เช่น หลังคาสีเอเชียน ไวท์ จากบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs)

  4. อินดัสเทรีล (Industrial): เป็นสไตล์ที่ดิบ เก๋ เท่ ชิค ตัวบ้านมักตกแต่งด้วยโครงเหล็ก ปูนเปลือย หรือผนังสีเข้ม เหมาะกับหลังคาที่มีสีสันสดใสตัดกัน เช่น หลังคาสีเอ็มจี เยลโล่ จากบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs)

ไม่รู้จะเลือกสีหลังคาเมทัลชีทแบบไหนดี? อ่านเพิ่มเติมที่นี่ :สีหลังคาเมทัลชีท บลูสโคป แซคส์ ปกป้องบ้านจากแสงแดดและความร้อนอย่างมีสไตล์

3. เลือกเมทัลชีทที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน

เพราะหลังคาเป็นบริเวณที่มีปริมาณความร้อนส่วนใหญ่ผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน เนื่องจากเป็นส่วนที่ได้รับแสงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่อุณหภูมิสูงสุดของวันนั้น หลังคาจะเป็นส่วนที่รับความร้อนทั้งหมด หลังคาจึงเปรียบเสมือนปราการด่านแรกที่คอยปกป้องตัวบ้านจากความร้อน ดังนั้น หลังคาเมทัลชีทที่สามารถสะท้อนความร้อนได้ดี จึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญที่สามารถช่วยปกป้องบ้านจากความร้อนได้

4. เลือกที่มีคุณภาพ ผลิตตามมาตรฐานระดับสากล

หลังคาเป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่ปกป้องบ้าน จึงควรเลือกเมทัลชีทที่ผลิตได้มาตรฐาน เช่น มีเครื่องหมาย มอก. และผ่านการผลิตตามมาตรฐานสากลจากต่างประเทศอย่างประเทศญี่ปุ่น อเมริกา และออสเตรเลีย จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของบ้านมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านความหนาตามที่ระบุไว้จริง ความแข็งแรง และความทนทานของสี เพราะเมทัลชีทที่มีคุณภาพจะช่วยลดปัญหาสีหลุดล่อน สีซีดจาง เป็นสนิม เป็นรอยง่าย หรือชำรุดก่อนเวลาอันควร ทำให้คุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าในระยะยาว



เมทัลชีท มีกี่แบบ? ต้องการเมทัลชีทคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล ต้องบลูสโคป แซคส์® คูล

หลังคาเมทัลชีทสามารถแบ่งได้หลายแบบตามระบบการติดตั้ง ชนิดการเคลือบผิวอย่างเมทัลชีทเคลือบอลูซิงค์เกรดต่าง ๆ และแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสี ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อแผ่นหลังคาเมทัลชีท เจ้าของบ้านจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อให้ได้หลังคาเมทัลชีทที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด 

สำหรับใครที่กำลังมองหาหลังคาเมทัลชีทสวย ๆ คุณภาพดีอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกเมทัลชีท ยี่ห้อไหนดีหลังคาเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs) เป็นเมทัลชีทที่เหนือกว่ามาตรฐานมอก. เคลือบสารป้องกันสนิม (AZ) 90 และผลิตตามมาตรฐานระดับสากล จึงมั่นใจได้ทั้งด้านความแข็งแรง ความทนทาน และความปลอดภัย ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยี Cool Coating Technology ที่ช่วยสะท้อนความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสะสมความร้อนใต้หลังคา และช่วยให้บ้านเย็นสบายยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ยังมีการรับประกันการผุกร่อนยาวนานถึง 15 ปี และรับประกันสีไม่ซีดจางนาน 8 ปี ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและอายุการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลังคาเมทัลชีทที่สีสวย แข็งแรง ทนทาน และคุ้มค่าในระยะยาว โดยควรพิจารณาควบคู่กับความหนา ชนิดการเคลือบ และคุณสมบัติสะท้อนความร้อน เพื่อให้ได้หลังคาเมทัลชีทราคาคุ้มค่า เหมาะกับการใช้งานและสไตล์ของบ้านมากที่สุด

ปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่

  1. Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป

  2. Line : @bluescopeth

  3. FB : BlueScope Thailand

  4. Call center : 02-333-3030



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เมทัลชีทแบบไหนทนที่สุด?

เมทัลชีทที่เคลือบอลูซิงค์เกรดสูง เช่น AZ 150 และใช้เหล็กเกรด G550 จะมีความทนทานต่อสนิม แรงลม และสภาพอากาศรุนแรงได้ดีที่สุด เหมาะกับการใช้งานระยะยาว

เมทัลชีทหลังคาบ้านควรใช้เกรดอะไร?

สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป แนะนำเมทัลชีทเคลือบอลูซิงค์เกรด AZ 50-90 ร่วมกับเหล็กเกรด G300 หรือ G550 โดยขึ้นอยู่กับโครงสร้างและสภาพแวดล้อม เพื่อให้หลังคาแข็งแรง คุ้มค่า และใช้งานได้ยาวนาน


ค้นหาศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป