วิธีมุงหลังคาเมทัลชีทอย่างถูกวิธี พร้อมข้อควรรู้ก่อนมุงจริง
28 Jan 2026
การมุงหลังคาเมทัลชีทเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับบ้านและอาคารยุคใหม่ ด้วยจุดเด่นด้านความแข็งแรง น้ำหนักเบา และติดตั้งได้รวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม หากทำการมุงหลังคาเมทัลชีทผิดวิธี ก็อาจเจอปัญหารั่วซึมหรืออายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควรได้
บทความนี้จึงจะพาไปรู้จักกับวิธีมุงหลังคาเมทัลชีทอย่างไรให้ถูกต้อง ตั้งแต่กระบวนการเตรียมโครงสร้าง ระยะซ้อนแผ่น การยิงสกรู ไปจนถึงข้อควรรู้สำคัญต่าง ๆ เพื่อให้การติดตั้งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เมทัลชีทคืออะไร และทำไมถึงนิยมใช้ทำหลังคา?
เมทัลชีท (Metal Sheet) คือวัสดุมุงหลังคาแผ่นโลหะที่นำมารีดขึ้นรูปเป็นลอน ใช้สำหรับมุงหลังคาบ้านและผนังอาคาร โดยผ่านการเคลือบสารป้องกันสนิมและการกัดกร่อน ทำให้มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และทนต่อสภาพอากาศได้ดี อีกทั้งมีรูปแบบลอน สี และความหนาให้เลือกสำหรับติดตั้งหลังคาเมทัลชีทได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงามได้อย่างลงตัว
เมื่อเปรียบเทียบกับสังกะสีทั่วไป เมทัลชีทมีจุดเด่นที่การเคลือบผิวหลายชั้น ช่วยลดปัญหาสนิม ความร้อน และเสียงจากฝนได้ดีกว่า ในขณะที่สังกะสีแบบดั้งเดิมมักบางกว่า ไม่เคลือบสี และมีข้อจำกัดด้านอายุการใช้งาน ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ การติดตั้งหลังคาเมทัลชีทจึงเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหลังคาบ้านพักอาศัย โรงงาน โกดัง อาคารพาณิชย์ หรือ งานต่อเติม เช่น กันสาดและโรงจอดรถ
ข้อดีของหลังคาเมทัลชีทที่ควรรู้
ติดตั้งง่ายและใช้เวลาน้อยกว่า ขนาดเมทัลชีทใหญ่และมีระบบยึดที่ไม่ซับซ้อน จึงช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งเมื่อเทียบกับหลังคาทั่วไป สามารถติดตั้งหลังคาเมทัลชีท กันความร้อนได้ไว และควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น
น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้าง ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าวัสดุมุงหลังคาแบบดั้งเดิม เมทัลชีทจึงช่วยลดภาระของโครงเหล็กหลังคา ทำให้เมทัลชีทเหมาะกับทั้งบ้านพักอาศัย อาคารขนาดใหญ่ หลังคาโรงรถ และงานต่อเติมที่ต้องการลดน้ำหนักโครงสร้างเดิม
ทำระยะยื่นออกแบบได้หลากหลาย การมุงหลังคาเมทัลชีทสามารถออกแบบระยะยื่นหรือรูปทรงหลังคาได้ค่อนข้างอิสระ ทำให้ตอบโจทย์สไตล์ของบ้านได้หลากหลาย ตั้งแต่โมเดิร์น คลาสสิก ไปจนถึงรูปแบบของอาควรพาณิชย์ที่เน้นความเรียบร้อยของงานติดตั้ง
ลดโอกาสการรั่วซึมด้วยแผ่นยาวต่อเนื่อง การใช้แผ่นเมทัลชีทความยาวต่อเนื่องช่วยลดรอยต่อบนผืนหลังคา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงของการรั่วซึม ส่งผลให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในระยะยาว
มีสีและลอนให้เลือกหลากหลาย เมทัลชีทมีตัวเลือกทั้งสีและรูปแบบลอนที่หลากหลาย ช่วยให้เจ้าของบ้านหรือผู้ออกแบบสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์อาคารได้ง่าย ทั้งในด้านความสวยงามและภาพลักษณ์โดยรวมของโครงการ
ข้อควรระวังในการติดตั้งหลังคาเมทัลชีท
การติดตั้งหลังคาเมทัลชีทควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องในทุกขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างหลังคาเมทัลชีทที่ต้องมีความแข็งแรง และองศาการติดตั้งที่เหมาะสม รวมไปถึงข้อควรระวังต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
เลือกเมทัลชีทที่ได้มาตรฐาน เช่น เมทัลชีที่มีการเคลือบ AZ สูง ๆ
หัวใจสำคัญของการมุงหลังคาเมทัลชีท คือการเลือกวัสดุที่ได้มาตรฐานและมีความทนทานตั้งแต่ต้น โดยควรให้ความสำคัญกับแผ่นเมทัลชีทที่มีค่า AZ สูง เช่น AZ90 ซึ่งเป็นมาตรฐานการเคลือบอะลูมิเนียม–สังกะสีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทนทานต่อการกัดกร่อนจากความชื้น ฝน และสภาพอากาศรุนแรงได้ดีกว่าแผ่นทั่วไป
ซึ่งเมทัลชีทจาก BlueScope ZACS® ได้ใช้การเคลือบอะลูมิเนียมประมาณ 55% ผสมสังกะสี ช่วยปกป้องแผ่นเหล็กจากสนิมและการผุกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อายุการใช้งานยาวนาน แข็งแรง ไม่เสื่อมสภาพง่าย ลดปัญหาหลังคาโก่งตัวหรือเกิดเสียงดังจากการเสื่อมของวัสดุในระยะยาว และเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารทั่วไป
วางระยะแปให้เหมาะสมตามสเปก
:quality(80))
การกำหนดระยะแปในงานมุงหลังคาเมทัลชีทมีความสำคัญมาก ซึ่งต้องสอดคล้องกับความหนาของแผ่นเมทัลชีทและรูปแบบลอน โดยหากวางระยะแปห่างเกินไป แผ่นที่พาดอยู่บนโครงหลังคาเมทัลชีทอาจแอ่นตัวหรือที่เรียกกันว่า “ตกท้องช้าง” ซึ่งส่งผลต่อทั้งความสวยงามและความแข็งแรงของหลังคาในระยะยาว
โดยทั่วไป สำหรับงานบ้านพักอาศัย สามารถใช้แนวทางการกำหนดระยะแปเบื้องต้นได้ดังนี้
ความหนารวมประมาณ 0.25–0.30 มิลลิเมตร ควรวางแปห่างไม่เกิน 80 เซนติเมตร
ความหนารวมประมาณ 0.30–0.40 มิลลิเมตร ควรวางแปห่างไม่เกิน 1 เมตร
ความหนารวมประมาณ 0.40–0.45 มิลลิเมตร ควรวางแปห่างไม่เกิน 1.20 เมตร
ความหนารวมประมาณ 0.45 มิลลิเมตรขึ้นไป สามารถวางระยะแปได้กว้างถึงประมาณ 1.5 เมตร
*แนะนำสำหรับงานบ้านพักอาศัยเท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความละเอียดสูง
ระวังสโลปหลังคาที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
:quality(80))
การปูหลังคาเมทัลชีทกับงานที่มีลักษณะแบนมากหรือหลังคาซ่อน มักต้องการมุมลาดเอียงต่ำ เพื่อความสวยงามของอาคาร อย่างไรก็ตาม แผ่นเมทัลชีททั่วไปสามารถรองรับความลาดชันได้ไม่ต่ำกว่า 5 องศา ขณะที่ความชันประมาณ 3 องศา จำเป็นต้องใช้เมทัลชีทรุ่นพิเศษที่ติดตั้งแบบคลิกล็อกเท่านั้น ซึ่งหากติดตั้งสโลปต่ำกว่ามาตรฐาน ก็อาจทำให้น้ำไหลย้อนกลับหรือขังบริเวณรอยต่อ จนทำให้เกิดการรั่วซึมหรือเสียหายในระยะยาวได้
การยึดสกรูต้องถูกตำแหน่งและป้องกันการคลายตัว
:quality(80))
การยึดสกรูถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการมุงหลังคาเมทัลชีท โดยเฉพาะระบบยิงสกรูที่ต้องเจาะแผ่นเพื่อยึดกับแป ดังนั้นสกรูที่ใช้ควรเป็นชนิดที่ออกแบบมาสำหรับงานเมทัลชีทโดยเฉพาะ และต้องมีแหวนยางรองใต้หัวสกรูเพื่อป้องกันน้ำไหลซึมผ่านรอยเจาะ ส่วนการยิงสกรูก็ควรทำในตำแหน่งที่ถูกต้องตามแนวลอนและอยู่กึ่งกลางแป เพื่อให้แผ่นหลังคาถูกยึดอย่างมั่นคงและมีความเรียบร้อย
ความปลอดภัยระหว่างการทำงาน
:quality(80))
เพื่อความปลอดภัยระหว่างติดตั้ง ควรหลีกเลี่ยงการเหยียบที่สันลอนของแผ่นหลังคาเมทัลชีท แต่ควรเหยียบท้องลอนที่พาดบนแนวแป เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและลดความเสี่ยงที่แผ่นจะเสียรูปทรง นอกจากนี้ควรสวมถุงมือแห้งและสะอาดทุกครั้งขณะติดตั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดรอยหรือความเสียหายบนผิวแผ่นเมทัลชีท
การทำความสะอาดพื้นที่ติดตั้งหลังจบงาน
:quality(80))
หลังจากมุงหลังคาเมทัลชีทเรียบร้อยแล้ว ควรตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อย โดยเก็บเศษโลหะ เศษสกรู หรือชิ้นส่วนที่ตกค้างอยู่บนหลังคาออกทั้งหมด เนื่องจากเศษวัสดุเหล่านี้เมื่อสัมผัสกับแดดและฝน มีโอกาสเกิดสนิม ซึ่งอาจลุกลามและส่งผลกระทบต่อผิวแผ่นหลังคาเมทัลชีทโดยตรง การเก็บงานให้สะอาดจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของหลังคาและรักษาคุณภาพงานติดตั้งในระยะยาว
ขั้นตอนการติดตั้งหลังคาเมทัลชีท
ขั้นตอนที่ 1
:quality(80))
ขั้นตอนแรกของวิธีมุงหลังคาเมทัลชีทเริ่มจากการตรวจสอบฉากและแนวของโครงหลังคาให้ได้ระดับ จากนั้นกำหนดระยะชายรางน้ำของแผ่นแรกให้ชัดเจน โดยอาจใช้วิธีขึงเส้นเอ็นตามแนวชายล่างไปตามแนวแป เพื่อใช้เป็นแนวอ้างอิงในการติดตั้งแผ่นเมทัลชีทให้ได้ฉากตรงและเรียงเป็นแนวเดียวกันอย่างสวยงาม
ขั้นตอนที่ 2
:quality(80))
ต่อหลังคาเมทัลชีทแผ่นแรกโดยเริ่มจากขอบล่างและขอบด้านข้างของชายหน้าจั่ว จัดให้ลอนตัวเมียอยู่ชิดกับหน้าจั่ว ตรวจสอบตำแหน่งปลายแผ่นให้ได้แนวและระยะตามที่กำหนด จากนั้นยิงสกรูสั้นที่ท้องลอนเพื่อยึดแผ่นกับแป แล้วใช้สกรูยาวยิงยึดบริเวณแปปลายและแปบนทุกสันลอน ส่วนแปกลางให้ยิงสกรูแบบเว้นลอน
ขั้นตอนที่ 3
:quality(80))
วางแผ่นถัดไปโดยให้ลอนตัวเมียซ้อนทับลอนตัวผู้ของแผ่นก่อนหน้า จัดตำแหน่งให้ได้แนวเดียวกัน ใช้คีมหนีบตรงบริเวณที่แผ่นซ้อนกันเพื่อเพิ่มความแน่นหนา จากนั้นยิงสกรูที่สันลอนบริเวณแนวซ้อนทับทุกสันลอน ส่วนตำแหน่งอื่นให้ยึดตามหลักการเดียวกับแผ่นแรก
ขั้นตอนที่ 4
:quality(80))
ติดตั้งแผ่นเมทัลชีทต่อเนื่องไปทีละแผ่นจนถึงปลายอีกด้านของหลังคา โดยระหว่างติดตั้งควรตรวจสอบแนวระดับของแผ่นหลังคาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แนวหลังคาเรียบตรงและได้ระดับตามที่ออกแบบไว้
ขั้นตอนที่ 5
:quality(80))
ติดตั้งแผ่นครอบข้างรอบหลังคา โดยยิงสกรูยึดทุกระยะประมาณ 50 เซนติเมตร หากต้องต่อแผ่นครอบ ให้ซ้อนแผ่นถัดไปทับแผ่นเดิม โดยเว้นระยะซ้อนทับประมาณ 10–15 เซนติเมตร แล้วจึงยิงสกรูยึดบริเวณรอยต่อให้แน่นหนา
ขั้นตอนที่ 6
ติดตั้งแผ่นครอบจั่วบริเวณสันหลังคา โดยยิงสกรูที่สันลอนทุกสัน จากนั้นตัดแต่งแผ่นครอบจั่วด้วยกรรไกรตัดเหล็กให้แนบไปกับรูปทรงของลอนหลังคา เก็บรายละเอียดงานให้เรียบร้อย และดัดปลายแผ่นบริเวณท้องลอนทุกจุดเพื่อป้องกันปัญหาน้ำไหลย้อน
ขั้นตอนที่ 7
ติดตั้งแผ่นปิดครอบ โดยเริ่มจากทำความสะอาดผิวแผ่นบริเวณที่จะซีลซิลิโคนให้สะอาดทั้งด้านบนและด้านล่าง จากนั้นฉีดซิลิโคนตามแนวซ้อนทับให้ทั่ว ก่อนยึดสกรูบริเวณรอยต่อ เพื่อเพิ่มความแน่นหนาและช่วยป้องกันการรั่วซึมในระยะยาว
เทคนิคป้องกันปัญหารั่วซึมตั้งแต่เริ่มงาน
ใช้วัสดุกันซึมหลังคาที่เหมาะสม
การป้องกันปัญหาหลังคารั่วควรเริ่มตั้งแต่การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะแผ่นหลังคาและอุปกรณ์กันซึมที่ได้มาตรฐาน เช่น แผ่นเมทัลชีทมุงหลังคาที่ผ่านการเคลือบและออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก BlueScope ตอบโจทย์ด้วยความโดดเด่นด้านความทนทาน พร้อมคุณสมบัติป้องกันสนิม และเทคโนโลยีการเคลือบผิวที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการกันน้ำและยืดอายุการใช้งานของหลังคา
ปิดรอยต่อทุกจุดอย่างละเอียด
อีกหนึ่งสาเหตุหลักของการมุงหลังคาเมทัลชีทแล้วเกิดการรั่ว คือรอยต่อที่ปิดไม่สนิท ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อระหว่างแผ่น รอยซ้อน รอยเจาะสกรู หรือบริเวณขอบและมุมหลังคา การติดตั้งจึงควรให้ความสำคัญกับการปิดรอยต่อทุกจุดอย่างละเอียด โดยการใช้วัสดุซีลหรืออุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม และติดตั้งตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง
เลือกหลังคาเมทัลชีทคุณภาพ พร้อมการรับรองมาตรฐาน ต้องบลูสโคป แซคส์® คูล
การมุงหลังคาเมทัลชีทให้ได้คุณภาพและใช้งานได้ยาวนาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการติดตั้งที่ถูกต้องเพียงนั้นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การเลือกแผ่นมุงหลังคาที่ได้มาตรฐาน การกำหนดระยะแป และองศาหลังคาที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บงานอย่างละเอียด ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนมีผลต่อการป้องกันปัญหารั่วซึมและความทนทานในระยะยาว
หากกำลังมองหาเมทัลชีท ยี่ห้อไหนดี? บลูสโคป แซคส์ คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ด้วยมาตรฐานการผลิตที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมนวัตกรรมการสะท้อนความร้อนที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในทุกสภาพอากาศ จึงช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้การใช้งานตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ความสวยงามอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถเลือกซื้อได้ทางร้านเมทัลชีทของศูนย์เมทัลชีท บลูสโคป แซคส์84 สาขาทั่วไทย
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป
Line : @bluescopeth
FB : BlueScope Thailand
Call center : 02-333-3030
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เมทัลชีทมีอายุการใช้งานกี่ปี?
โดยทั่วไป เมทัลชีทมีอายุการใช้งานประมาณ 20–30 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพแผ่นเคลือบ มาตรฐานการผลิต และการติดตั้งที่ถูกต้อง
เมทัลชีทกันความร้อนดีไหม ต้องติดฉนวนเพิ่มหรือไม่?
เมทัลชีทสามารถสะท้อนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า แนะนำให้ ติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม หรือเลือกใช้เมทัลชีทที่มีฉนวนในตัว เช่น เมทัลชีท PU