ประเทศ
Thailand | TH

หลังคาบ้านมีกี่แบบ? แนะนำประเภทวัสดุหลังคาและเคล็ดลับเลือกให้เหมาะกับบ้านคุณ

“หลังคาบ้าน” เป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านที่ช่วยปกป้องทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งของในบ้านจากสภาพอากาศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ฝนตก แดดออก หรือมีลมพัดแรง ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกวัสดุทำหลังคาบ้านเป็นพิเศษ เพื่อให้หลังคาทำหน้าที่ปกป้องตัวบ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่นอกจากวัสดุทำหลังคาบ้านก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง ทั้งทรงหลังคาบ้านและวิธีมุงหลังคาบ้าน ในบทความนี้จะมาแนะนำสิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้งหลังคา เพื่อสร้างบ้านที่สวยตรงตามสไตล์ที่ต้องการ





แบบหลังคาบ้านยอดนิยม เลือกทรงไหนดีให้เหมาะกับบ้านของคุณ

หลังคาบ้านที่สวยงามช่วยทำให้บ้านดูน่าอยู่อาศัยมากขึ้น แต่การสร้างบ้านให้ดูดีมีสไตล์ สามารถปกป้องผู้อยู่อาศัย และสิ่งของภายในบ้านระยะยาวได้นั้น ควรใส่ใจเรื่องประเภทหลังคาระหว่างสร้างหรือปรับปรุงบ้าน เพราะหลังคาบ้านแต่ละประเภท ก็มีวิธีขึ้นโครงหรือมุงหลังคาต่างกัน มาดูกันว่าหลังคาบ้านแบบต่าง ๆ มีวิธีมุงอย่างไร มีวัสดุมุงหลังคาแบบไหนบ้างกันเลย


หลังคาทรงจั่ว

หลังคาทรงจั่ว (Gable Roof)

หลังคาทรงจั่ว (Gable Roof) คือ ทรงหลังคาแบบมาตรฐานที่พบเห็นได้บ่อยในประเทศไทย มีโครงสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว โดยมีสันหลังคาอยู่ตรงกลาง ทำมุมลาดเอียงลงมาปกคลุมด้านข้างของตัวบ้านทั้งสองด้าน


  1. ข้อดี : ระบายน้ำฝนเร็ว ลดปัญหาน้ำรั่วซึม ถ้าใช้ฉนวนทำหลังคากันความร้อนก็จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้ด้วย

  2. ข้อเสีย : ถ้าชายหลังคาไม่ยื่นออกมามากพออาจทำให้น้ำฝนกระเด็นเข้าบ้าน จึงควรติดกันสาดเพิ่มเติม

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์ร่วมสมัย, บ้านสไตล์คลาสสิก, หรือทำหลังคาโมเดิร์น


หลังคาทรงปั้นหยา

หลังคาทรงปั้นหยา (Hip Roof)

หลังคาทรงปั้นหยา (Hip Roof) คือ หลังคาบ้านอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในไทย มีลักษณะโครงสร้างหน้าจั่วคล้ายหลังคาทรงจั่ว แต่ต่างกันที่ทุกด้านของหลังคาปั้นหยาจะทำมุมลาดเอียงปกคลุมตัวบ้านทั้ง 4 ด้านอย่างสมมาตร


  1. ข้อดี : โครงสร้างแข็งแรง ป้องกันแสงแดด แรงลม และเม็ดฝนได้เป็นอย่างดี ทำให้บ้านมีอายุการใช้งานนาน

  2. ข้อเสีย : รั่วซึมง่ายเพราะหลังคามีโครงสร้างซับซ้อน ระบายอากาศไม่ดี ทำให้บ้านร้อนง่าย

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์ร่วมสมัย


หลังคาทรงเพิงหมาแหงน

หลังคาทรงเพิงหมาแหงน (Lean-to Roof)

หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean-to Roof) คือหลังคาที่มีลักษณะโครงสร้างหลังเรียบง่าย แต่ดูล้ำสมัย โดยหลังคาเพิงแหงนจะลาดเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง และมีชายคาบ้านยื่นยาวออกมาเพื่อปกป้องบ้านจากแดดและฝน


  1. ข้อดี : ติดตั้งง่าย รวดเร็ว ใช้วัสดุไม่เยอะ ค่าใช้จ่ายไม่สูง

  2. ข้อเสีย : ความร้อนเข้าบ้านง่าย ถ้าออกแบบองศาหลังคาให้ทำมุมเอียงน้อย อาจระบายน้ำฝนได้ไม่ดี

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์ลอฟต์


หลังคาทรงแบน

หลังคาทรงแบน (Flat Roof)

หลังคาทรงแบน (Flat Roof) คือ หลังคาบ้านที่ทำมุมแบนราบไปกับพื้น ทำให้ตัวบ้านดูโปร่ง โล่ง สบายตา และยังเป็นหลังคาโมเดิร์นที่ทำให้บ้านดูทันสมัยและมีเสน่ห์ แต่ควรปรับให้พื้นหลังคาลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังหลังคา


  1. ข้อดี : ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบ้าน สามารถดัดแปลงเป็นดาดฟ้าหรือพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวได้

  2. ข้อเสีย : สะสมความร้อน ระบายน้ำไม่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึม

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์มินิมอล 


หลังคาทรงมะนิลา

หลังคาทรงมะนิลา (Manila Roof)

หลังคาทรงมะนิลา (Manila Roof) คือ หลังคาที่ผสมผสานลักษณะของหลังคาหน้าจั่วและหลังคาปั้นหยาเข้าด้วยกัน โดยส่วนบนจะลาดเอียงคล้ายหน้าจั่ว ส่วนชายหลังคาทั้ง 4 ด้านจะลาดเอียงลงมาคล้ายกับหลังคาปั้นหยา ทำให้หลังคาดูสวยงาม มีมิติ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว


  1. ข้อดี : แข็งแรง ทนทาน ถ่ายเทความร้อนได้ดี

  2. ข้อเสีย : มีโครงสร้างซับซ้อน มีรอยต่อหลายจุด จึงอาจทำให้มีน้ำรั่วซึมได้ง่าย

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์ร่วมสมัย, บ้านสไตล์ไทยประยุกต์


หลังคาทรงปีกผีเสื้อ

หลังคาทรงปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof)

หลังคาทรงปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof) คือ หลังคาบ้านที่นำเพิงหลังคาทั้งสองด้านมาประกบกัน โดยให้ด้านที่ประกบกันเป็นด้านที่ต่ำกว่า และส่วนปลายหลังคาจะตั้งแหงนขึ้นราวกับผีเสื้อที่กำลังโบยบิน ทำให้บ้านดูมีเสน่ห์อย่างมีเอกลักษณ์


  1. ข้อดี : สามารถรองรับน้ำฝนได้ดี

  2. ข้อเสีย : มีโอกาสน้ำรั่วซึมเข้าสู่ตัวบ้านสูง จึงต้องติดตั้งรางระบายน้ำเพื่อลดโอกาสเกิดการรั่วซึม

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์เนเชอรัล


หลังคาทรงโดม

หลังคาทรงโดม (Dome Roof)

หลังคาทรงโดม (Dome Roof) คือ แบบหลังคาโมเดิร์นที่มักพบตามสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป มีลักษณะโค้งมนรอบทิศอย่างมีเอกลักษณ์ โดยช่วงล่างของหลังคาจะเป็นรูปทรงครึ่งวงกลม ช่วยทำให้บ้านหรืออาคารดูโล่งหรือปลอดโปร่งมากขึ้น

 

  1. ข้อดี : ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับบ้าน ช่วยระบายน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว

  2. ข้อเสีย : หากติดตั้งหลังคาไม่ได้มาตรฐานอาจพบน้ำรั่วซึมได้

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์คลาสสิก


หลังคาทรงโค้งกลม

หลังคาทรงโค้งกลม (Curved Roof)

หลังคาทรงโค้งกลม (Curved Roof) คือ หลังคาบ้านที่มีโครงสร้างลักษณะโค้งมน ลาดยาวปกคลุมตัวบ้าน มอบความละมุนให้กับตัวบ้าน โดยปกติแล้วจะนิยมใช้แผ่นเมทัลชีทที่มีน้ำหนักเบา สามารถดัดโค้งขึ้นรูปได้ มาทำเป็นหลังคาเพื่อทำให้บ้านดูทันสมัยมากขึ้น


  1. ข้อดี : บ้านดูมีเอกลักษณ์ มีโอกาสรั่วซึมน้อย

  2. ข้อเสีย : จำเป็นต้องคำนวณโครงสร้างอย่างละเอียด เพื่อให้โครงสร้างแข็งแรง

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์คลาสสิก, บ้านสไตล์โมเดิร์น


หลังคาทรงหลายเหลี่ยม

หลังคาทรงหลายเหลี่ยม (Octagonal Roof)

หลังคาทรงหลายเหลี่ยม (Octagonal Roof) คือหลังคาบ้านที่มีด้านลาดเอียงขึ้นไปบรรจบส่วนยอดมากกว่า 4 ด้าน โดยมีทั้งแบบหกเหลี่ยมและแบบแปดเหลี่ยม นิยมใช้กับพื้นที่เฉพาะส่วน เช่น ศาลา ห้องครัว ห้องโถง เพื่อเพิ่มความมีมิติให้กับบ้าน


  1. ข้อดี : กันแดดและกันฝนจากทุกทิศทาง

  2. ข้อเสีย : ต้องออกแบบโครงสร้างให้ละเอียด เพื่อรองรับน้ำหนักของหลังคาได้อย่างมั่นคง

  3. เหมาะกับ : บ้านสไตล์คลาสสิก


วัสดุมุงหลังคาบ้านยอดนิยม มีอะไรบ้าง?

การเลือกวัสดุที่นำมาใช้มุงหลังคาบ้านเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการสร้างบ้าน เพราะวัสดุทำหลังคาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปลักษณ์และความทนทานของบ้าน โดยในปัจจุบันมีวัสดุที่นิยมใช้มุงหลังคา ดังนี้


หลังคากระเบื้อง

หลังคากระเบื้อง (Tile Roof)

กระเบื้องเป็นวัสดุที่นิยมนำมามุงหลังคาบ้านในอดีต และในปัจจุบันหลาย ๆ บ้านก็ยังคงมุงหลังคาด้วยกระเบื้องอยู่ เพราะกระเบื้องทำให้บ้านดูมีเอกลักษณ์ และมีอายุการใช้งานยาวนาน กระเบื้องจึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในการมุงหลังคาระยะยาว ในปัจจุบันหลังคากระเบื้องมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้ 


  1. กระเบื้องคอนกรีต : เนื้อแน่น แข็งแรง ติดตั้งง่าย และทนทานต่อสภาพอากาศต่าง ๆ ได้ดีมาก แต่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก

  2. กระเบื้องดินเผา : เนื้อแข็ง น้ำหนักเบา ทนทานสูง มีลักษณะผิวกึ่งด้านคล้ายดินเผาธรรมชาติ และสามารถระบายความร้อนได้ดี

  3. กระเบื้องเซรามิก : เนื้อแข็ง น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบผิวมันเงาและแบบผิวกึ่งมันเงา

  4. กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ : เนื้อค่อนข้างบาง น้ำหนักเบา มีความทนทานต่อความร้อนและทนทานต่อการยืดหยุ่นของร่างกายได้ดี


อย่างไรก็ตาม กระเบื้องเป็นวัสดุที่มีราคาค่อนข้างสูง และต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการมุงหลังคา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมที่อาจสร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน ดังนั้นจึงควรมุงหลังคาอย่างระมัดระวัง เพื่อให้หลังคาบ้านคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยอยู่เสมอ


หลังคายางมะตอย

หลังคายางมะตอย (Asphalt Shingle Roof)

ยางมะตอยเป็นวัสดุมุงหลังคาบ้านราคาไม่สูง น้ำหนักเบา มีพื้นผิว ขนาด สี และเกรดให้เลือกมากมาย อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนวิธีมุงตามแบบหลังคาบ้านให้เข้ากับบ้านสไตล์ต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดงบ อย่างไรก็ตาม หลังคายางมะตอยไม่เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด เพราะอาจทำให้แผ่นชิงเกิลแตกหรือเสื่อมสภาพได้ และคุณภาพของวัสดุที่ใช้ยังส่งผลต่อความทนทานด้วย ก่อนใช้งานจึงควรตรวจสอบคุณภาพของวัสดุให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อให้หลังคามีความทนทานยาวนาน


หลังคากระเบื้อง

หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet Roof)

เมทัลชีทเป็นวัสดุมุงหลังคาบ้านรวมถึงมุงหลังคาโรงรถที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะเมทัลชีทมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการมุงหลังคาบ้านมากมาย เช่น น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย สามารถทนทานต่อสภาพอากาศต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ “หลังคาเมทัลชีท” มีอายุการใช้งานยาวนาน นอกจากนี้แล้วยังมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาน้อยกว่าวัสดุมุงหลังคาชนิดอื่น ๆ เมทัลชีทจึงเป็นวัสดุที่คุ้มค่าต่อการติดตั้งใช้งานระยะยาว 

หัวใจสำคัญของเมทัลชีทอยู่ที่สารเคลือบกันสนิม (Alu-zinc) และ เทคโนโลยีการผลิต โดยเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์® (BlueScope Zacs®) ตอบโจทย์การมุงหลังคาหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาทรงโมเดิร์นหรือทรงอื่น ๆ โดยใช้ Cool Coating Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมโมเลกุลเม็ดสีสูตรพิเศษ ผสมในเนื้อสีเพื่อสะท้อนรังสีความร้อนออกไปก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งทนทานต่อสภาพอากาศและสีไม่ซีดจางง่าย จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าในการมุงหลังคาบ้านทุกสไตล์


หลังคาสังกะสี

หลังคาสังกะสี (Zinc Sheet Roof)

สังกะสีเป็นอีกหนึ่งวัสดุมุงหลังคาบ้านที่ทนทานต่อการผุกร่อน มีอายุการใช้งานหลายปีโดยที่ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาเยอะ อีกทั้งยังสามารถทาสีหลังคาบ้านใหม่ ให้เข้ากับลักษณะบ้านได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการทำหลังคาหน้าบ้านและบริเวณอื่น ๆ แต่สังกะสีเป็นวัสดุที่ดูดซับความร้อนเข้าตัวบ้าน ถ้าต้องการใช้สังกะสีมุงหลังคาบ้านก็ควรมองหาฉนวนกันความร้อนติดเพิ่มเติมเพื่อลดความร้อนให้ตัวบ้านด้วย


วิธีเลือกวัสดุมุงหลังคาให้เหมาะกับบ้าน

วัสดุมุงหลังคาบ้านเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความงามของบ้าน และส่งผลต่อความแข็งแรงทนทานของบ้าน ในที่นี้ก็จะมาแนะนำวิธีเลือกวัสดุมุงหลังคาบ้านที่เหมาะสม เพื่อสร้างบ้านตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านความสวยงามและอายุการใช้งาน ดังนี้

  1. พิจารณาจากสภาพอากาศและทิศทางแดด - หากบ้านตั้งอยู่บริเวณที่ที่มีอากาศร้อน ควรเลือกวัสดุที่กันความร้อน เช่น กระเบื้องเซรามิก, เมทัลชีท PU ที่เสริมฉนวนกันความร้อน หรือถ้าบ้านตั้งอยู่บริเวณที่มีฝนตกชุก ควรเลือกวัสดุที่มีเนื้อแน่นอย่างกระเบื้องคอนกรีตเพื่อลดโอกาสรั่วซึม

  2. ดูงบประมาณและค่าบำรุงรักษาระยะยาว - วัสดุมุงหลังคาบ้านมีหลายราคาให้เลือกตามเกรดคุณภาพของวัสดุ ดังนั้นจึงควรเลือกวัสดุที่มีความทนทาน ไม่ต้องบำรุงรักษาเยอะ เช่น เมทัลชีทราคาไม่สูงมาก แต่มีอายุการใช้งานนาน สีหลังคาไม่ซีดไว 

  3. ความกลมกลืนกับโครงสร้างบ้านและดีไซน์ - วัสดุมุงหลังคาบ้านแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ต่างกัน จึงเหมาะกับบ้านสไตล์ต่างกัน เช่น หลังคายางมะตอยเข้ากับบ้านมินิมอลได้ดี ส่วนเมทัลชีทสามารถมุงบ้านทุกสไตล์ได้อย่างกลมกลืน สวยงาม 

  4. เลือกสีหลังคาให้เหมาะกับสไตล์บ้านและการสะท้อนความร้อน - สีของตัวบ้านและหลังคาบ้านควรเข้ากันได้อย่างกลมกลืน เพื่อให้บ้านมีความสวยงาม ดังนั้นจึงควรเลือกวัสดุมุงหลังคาที่มีสีให้เลือกหลากหลาย พร้อมมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน เพื่ออยู่อาศัยในบ้านได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข





เคล็ดลับการดูแลและยืดอายุหลังคา

หากต้องการให้หลังคามีอายุการใช้งานปลอดภัยยาวนาน ควรดูแลรักษาหลังคาอยู่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ โดยมีวิธีดูแลหลังคา ดังนี้

  1. ทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่ให้บนหลังคาบ้านมีสิ่งสกปรกฝังตัว จนทำให้วัสดุมุงหลังคาเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

  2. ตรวจสอบสภาพหลังคาบ้านให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานปลอดภัยเสมอ หากพบจุดที่แตก ร้าว ชำรุด ให้ซ่อมทันที

  3. หากบ้านปลูกต้นไม้ ให้ตัดกิ่งไม้รอบบ้านเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งไม้ยาวจนสร้างความเสียหายกับหลังคา

  4. หากติดตั้งรางน้ำหรือท่อระบายน้ำ ให้ตรวจสอบรางน้ำและท่อระบายน้ำไม่ให้มีสิ่งอุดตัน เพราะอาจสร้างความเสียหายกับวัสดุมุงหลังคา





เลือกซื้อหลังคาบ้านเมทัลชีทใช้งานทนทานกับบลูสโคป แซคส์

การมุงหลังคาบ้านควรเลือกแบบหลังคาที่ตรงกับสไตล์บ้านเพื่อความสวยงามอย่างลงตัว พร้อมให้ความสำคัญกับวัสดุมุงหลังคาเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน เมทัลชีทจากบลูสโคป แซคส์® (BlueScope Zacs®) เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน แผ่นเมทัลชีทผ่านการทดสอบความแข็งแรงเหนือมาตรฐาน มอก. และควบคุมการผลิตตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังมี ชั้นเคลือบกันสนิม AZ90 ที่เหนือกว่ามาตรฐาน มอก. และใช้ Cool Coating Technology นวัตกรรมโมเลกุลเม็ดสีสูตรพิเศษ สะท้อนรังสีความร้อนออกไป ทำให้อากาศภายในบ้านเย็นสบาย พร้อมเคลือบผิวด้วยสีชนิดพิเศษ มอบความสดใสและคงทนให้กับบ้านได้ยาวนาน อีกทั้งยังมีรับประกันทั้งสีและคุณภาพ

สำหรับผู้ที่กำลังค้นหาร้านเมทัลชีทมาใช้มุงหลังคาบ้าน สามารถเลือกซื้อเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์® ได้ที่ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคปซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางต่อไปนี้

  1. Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป

  2. Line : @bluescopeth

  3. FB : BlueScope Thailand

  4. Call center : 02-333-3030’




ดูเพิ่มเติม

วิธีเลือกหลังคา

การเลือกประเภทหลังคาที่เหมาะสมนั้นมีข้อควรพิจารณามากมาย ได้แก่ วัสดุ รูปทรง สี ความลาดเอียงและผู้รับเหมามุงหลังคา และนี่คือสิ่งที่ควรพิจารณา

การดูแลรักษาหลังคาของคุณ

หลังคามีความทนทานและใช้งานได้ยาวนาน แต่หากคุณดูแลรักษาหลังคาบ้างก็จะยิ่งดีเข้าไปอีก เรามีคำแนะนำในการดูแลหลังคาของคุณมาฝากกัน

ค้นหาศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป